
เมืองชิชิบุ เป็นเมืองเล็กในหุบเขาทางตะวันตกของจังหวัดไซตามะที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แบบชนบทญี่ปุ่น ผสมผสานธรรมชาติ วัฒนธรรมท้องถิ่น และบรรยากาศเงียบสงบอย่างลงตัว แม้จะอยู่ไม่ไกลจากโตเกียว แต่เมืองนี้รายล้อมไปด้วยภูเขา ป่าไม้ และลำธารที่ใสสะอาด ทำให้เป็นจุดหมายยอดนิยมของคนญี่ปุ่นที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายในเมืองใหญ่

ชิชิบุมีชื่อเสียงด้านสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ เช่น หน้าผาหินงามริมแม่น้ำอาราคาวะ ทุ่งดอกไม้ตามฤดูกาล และเส้นทางเดินป่าที่เข้าถึงได้ง่าย นอกจากนี้ เมืองยังมีกลิ่นอายดั้งเดิมจากถนนเก่า ร้านค้าเล็ก ๆ และโรงผลิตสาเกหรือโชยุท้องถิ่นที่ยังคงรักษาวิธีการผลิตแบบเก่า สามารถเดินทางจากโตเกียวด้วยรถไฟเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทำให้ชิชิบุเป็นจุดพักผ่อนที่ยอดนิยมเหมาะกับทั้งการเที่ยวแบบหนึ่งวันหรือพักค้างคืนเพื่อสัมผัสธรรมชาติและวัฒนธรรมอย่างเต็มที่ หากใครชื่นชอบการท่องเที่ยวธรรมชาติเมืองชิชิบุถือเป็นจุดหมายที่ไม่ควรมองข้ามเลยทีเดียว

การเดินทางจากโตเกียวไปเมืองชิชิบุนั้น สามารถเดินทางได้ด้วยรถไฟ โดยมีสองแบบให้เลือก ดังนี้
โดยรถไฟสายนี้วิ่งให้บริการทั้งหมด 3 เส้นทาง คือ

การเดินทางไปชิชิบุนั้น จำเป็นจะต้องนั่ง Seibu Railway สาย Seibu Ikebukuro Line หากใครไม่รีบและต้องการนั่งชมวิวระหว่างเดินทาง สามารถไปขึ้นรถไฟสายนี้จากสถานีอิเคบุคุโระได้เลย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที และค่าโดยสารเที่ยวเดียวไป จนถึงสถานีปลายทางอย่างสถานี Seibu-Chichibu จะอยู่ที่ประมาณ 800 เยน (ข้อมูลเมื่อธันวาคม 2025)
รถไฟขบวน Limited-Express ของ Seibu
Laview เปิดให้บริการปี 2019 บนเส้นทาง Seibu Ikebukuro Line – Seibu Chichibu Line ถูกออกแบบให้แตกต่างจากรถไฟทั่วไปทั้งรูปลักษณ์ภายในและภายนอก รถทั้งคันถูกทำให้มีมุมโค้งมน มีกระจกหน้าต่างใหญ่พิเศษ กว้างกว่าในรถไฟทั่วไปมาก ทำให้สามารถชมวิวขณะเดินทางได้เป็นอย่างดี

โดยการเดินทางไปเมืองชิชิบุด้วย Laview นั้นจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 77 นาที ซึ่งเร็วกว่าการเดินทางด้วย Seibu Railway แต่ถ้าต้องการนั่ง Laview จำเป็นต้องสำรองที่นั่งล่วงหน้าก่อน เพราะรถไฟขบวนนี้เป็นแบบสำรองที่นั่งทุกที่นั่ง โดยสามารจองผ่านตู้ซื้อตั๋วโดยสาร เว็บไซต์ทางทางการของ Seibu Railway หรือซื้อผ่านเคาน์เตอร์ของ Seibu Railway ก ็ได้เช่นกัน

ภายในรถไฟ Laview นั้นก็น่ารักไม่ต่างจากภายนอกเลย โดยภายในนั้นกว้างขวางและที่นั่งสามารถปรับเอนได้ ทำให้การนั่งรถไฟที่ยาวนานกว่า 1 ชั่วโมงนั้นไม่เหนื่อยอีกต่อไป อีกทั้งเบาะที่นั่งสามารถหมุนเพื่อหันหน้าเข้าหากันได้ด้วยนะ หากใครมากันเป็นกลุ่มคณะ ก็สามารถหมุนเบาะเข้าหากันเพื่อจับกลุ่มคุยกันในรถไฟได้เลย

เนื่องจากการเดินทางจากสถานีอิเคบุคุโระไปถึงชิชิบุนั้นใช้เวลานานพอสมควร ทำให้บนรถไฟมีการอำนวยความสะดวกทั้งห้องน้ำ และจุดทิ้งขยะบนรถไฟ โดยสามารถตรวจสอบแผนผังบนรถไฟได้จากด้านหน้าที่นั่งได้เลย


มาถึงตรงนี้ก็ได้เวลาแนะนำวิธีเที่ยวเมืองชิชิบุฉบับคนต่างชาติ ที่เรียกได้ว่าคุ้มค่าแน่นอน โดยที่จะแนะนำในที่นี้ก็คือ การซื้อ SEIBU Day Pass สำหรับท่องเที่ยวเมืองชิชิบุ และบริเวณโดยรอบ โดยพาสเหล่านี้สามารถใช้ได้แค่วันที่ระบุบนตั๋วเท่านั้น ไม่สามารถออกล่วงหน้าได้ เพราะฉะนั้นใครมีแพลนไปเที่ยววันไหน ค่อยไปออกตั๋วในวันเดินทางได้เลย
โดยทั้งสองพาสนี้ สามารถซื้อทางออนไลน์ผ่านแอพท่องเที่ยวมาก่อน และมาออกตั๋วที่ SEIBU Tourist Information Center หรือหากใครไม่จองผ่านช่องทางออนไลน์ ก็สามารถไปซื้อพาสได้ที่เคาน์เตอร์ได้เช่นกัน โดยการซื้อผ่านเคาน์เตอร์โดยตรงนั้น จำเป็นจะต้องชำระเงินเป็นเงินสดเท่านั้น และไม่ว่าจะซื้อผ่านช่องทางใด จำเป็นต้องแสดงพาสปอร์ตให้เจ้าหน้าที่ด้วยนะ เนื่องจากพาสนี้มีให้บริการเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ทำให้ต้องมีการยืนยันว่าผู้ซื้อเป็นชาวต่างชาติด้วย

สามารถมาซื้อหรือแลกรับตั๋วได้ที่ SEIBU Tourist Information Center ที่สถานีรถไฟอิเคบุคุโระ โดยศูนย์บริการ ฯ นี้จะอยู่บริเวณ East Exist (Cntrl) ของสถานีอิเคบุคุโระ หากออกมาแล้วก็สามารถมองหาป้าย SEIBU เพื่อซื้ อหรือแลกพาสได้เลย ทั้งนี้ หากซื้อแค่พาสนี้ จะไม่สามารถนั่ง Laview ที่เป็นรถไฟขบวน Limited-Express ของ Seibu ได้ หากต้องการนั่ง สามารถแจ้งพนักงาน และชำระเงินเพิ่มเพื่อสำรองที่นั่งได้เลย เราก็จะได้ตั๋วมา 2 ใบ คือพาสสำหรับขึ้นลงรถไฟไม่จำกัดเที่ยว และตั๋วระบุที่นั่งของ Laview แค่นี้ก็พร้อมไปเที่ยวชิชิบุกันแล้ว!

เมืองเล็ก ๆ ท่ามกลางอ้อมกอดของขุนเขาในจังหวัดไซตามะ เป็นจุดหมายปลายทางที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ ทั้งธรรมชาติที่สวยงามตระการตาในทุกฤดูกาล ประวัติศาสตร์อันยาวนาน และยังเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์สำหรับแฟนอนิเมะ เพียงแค่เดินทางไม่ไกลจากโตเกียว คุณจะได้สัมผัสกับความเงียบสงบและอากาศบริสุทธ ิ์ ไม่ว่าจะเป็นสายบุญ สายลุย หรือสายชิลล์ เมืองนี้ก็มีคำตอบให้ครบครัน หากคุณกำลังมองหาที่เที่ยวเพื่อชาร์จพลังกายและใจ ลองมาทำความรู้จักกับ 6 พิกัดห้ามพลาดในชิชิบุที่จะทำให้คุณหลงรักเมืองนี้ไปพร้อม ๆ กัน
สถานีปลายทางของรถไฟสาย Seibu Ikebukuro Line ที่เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของเมืองนี้ มีร้านขายของฝาก สถานที่สำหรับนั่งแช่น้ำพุร้อน และโซนร้านอาหารซึ่งรวบรวมอาหารขึ้นชื่อของเมืองชิชิบุมาจำหน่าย อีกทั้งยังมีจุดถ่ายรูปเช็คอิน และยังเป็นจุดต่อรถบัสเพื่อเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ อีกด้วย

ศาลเจ้าชิชิบุเป็นหนึ่งในศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดในภูมิภาคคันโต ที่มีประวัติยาวนานกว่า 2,000 ปี มี สถาปัตยกรรมไม้แกะสลักลวดลายสัตว์มงคลและเทพต่าง ๆ เป็นสถานที่ขอพรด้านความรัก การงาน และการเดินทางปลอดภัย

และที่ศาลเจ้าแห่งนี้ ยังมีกิจกรรมสนุก ๆ อย่างการซื้อ "โอมิคุจิ" หรือ เซียมซีแบบญี่ปุ่น โดยจะเป็นในรูปแบบกระดาษ ซึ่งจุดที่แตกต่างจากศาลเจ้าอื่น ๆ คือ เมื่อเปิดโอมิคุจิออกมาแล้ว เราจะยังไม่เห็นคำทำนายที่ได้รับ แต่จำเป็นต้องเอากระดาษคำทำนายนั้นไปแช่ในบ่อน้ำก่อน ตัวหนังสือคำทำนายจึงจะปรากฎให้เห็น จึงถือเป็นความสนุกเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ได้รับเมื่อไปยังศาลเจ้าชิชิบุแห่งนี้

Chichibu Muse Park Observation Platform เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองชิชิบุ อยู่ภายใน Chichibu Muse Park สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนแนวสันเขายาวกว่า 1,000 เมตร สามารถชมเมืองชิชิบุได้แบบพาโนรามา และมองเห็นตัวเมืองทั้งเมือง รวมถึงภูเขาบุโค (Mt. Buko) ซึ่งเป็นภูเขาเอกลักษณ์ของชิชิบุ อีกทั้งในช่วงเช้า–เย็นจะเห็นแสงตกกระทบภูเขาที่เป็นวิวที่ห้ามพลาดถ้าเดินทางมายังเมืองแห่งนี้ โดยการเดินทางนั้นสามารถเดินทางไปได้ด้วยทั้งรถส่วนตัว หรือรถบัสสาธารณะจากสถานี Seibu-Chichibu ได้เลย และหากใครเดินทางด้วยรถบัส ขอเตือนนิดนึงว่าต้องดูรอบรถและวางแผนการเดินทางให้ดี เนื่องจากเมืองชิชิบุนั้นเป็นเมืองเล็ก ๆ ทำให้รถบัสนั้นมีรอบวิ่งที่น้อย และบางเส้นทางอาจจะรถบัสเพียงชั่วโมงละคันเท่านั้น
Hitsujiyama Park นั้นถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของเมืองชิชิบุ ซึ่งในในฤดูใบไม้ผลิ (ช่วงเดือนเมษายน) จะมีดอกชิบะซากุระบานทั่วเนินเขาเป็นลานสีชมพู สีขาว สีม่วง เหมาะกับการเดินชมชิล ๆ และแวะถ่ายรูปสวย ๆ เก็บไว้เป็นที่ระลึก

Nagatoro เป็นจุดชมธรรมชาติของเมืองชิชิบุ อีกทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติอันดับต้น ๆ ของ Saitama อีกด้วย โดยที่ Nagatoro นั้นกิจกรรมล่องเรือแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า Nagatoro Line Kudari ซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ทำให้สามารถสัมผัสประสบการล่องเรือในเม่น้ำอาราคาวะ พร้อมกับชื่นชมความสวยงามของฤดูใบไม้ร่วงได้อย่างเต็มที่ โดยการเดินทางมาที่ Nagatoro ที่ง่ายที่สุดนั้นจะเป็นการนั่งรถไฟ Chichibu Railway จากสถานี Ohanabatake ซึ่งอยู่ใกล้กับ สถานี Seibi-Chichibu มากที่สุด และมาลงที่สถานี Nagatoro ได้เลย

โดยหน้าสถานีนั้นจะมีอาหารขึ้นชื่อมากมายพร้อมให้พบริการ และที่จะพลาดไม่ได้เลยก็คือ Miso Potato ที่พร้อมจะมอบความอบอุ่นให้ทุกคนจากมันฝรั่งทอดร้อน ๆ และซอสมิโซะที่มีความเผ็ดเล็กน้อยท่ามกลางอากาศที่เย็นในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ทำให้ได้เติมพลังงานก่อนจะออกเดินทางเพื่อไปท่องเที่ยวยังสถานที่อื่น ๆ แต่ข้อควรระวัง คือ บริเวณขายอาหารจะไม่มีถังขยะสาธารณะให้ทิ้ง เพราะฉะนั้นหากรับประทานเสร็จแล้ว สามารถนำขยะไปคืนให้กับร้านค้าที่ซื้อได้เลย

นอกจากการล่องเรือที่เป็นกิจกรรมสุดฮิตของ Nagatoro แล้ว ก็ยังมีอีกสถานที่หนึ่งที่ห้ามพลาดเช่นกัน นั่นก็คือการนั่ง Ropeway เพื่อขึ้นสู่ยอดเขาโฮโด (Hodosan) ทำให้สามารถชมวิวขณะขึ้น Ropeway และ ชมวิวบนยอดเขาได้ด้วย อีกทั้งด้านบนยังมีสวนสัตว์เล็ก ๆ ให้ได้ชมความน่ารักของเหล่าสัตว์ตัวน้อยกันได้อีกด้วย โดยจากหน้าสถานี Nagatoro นั้น จะมี Shuttle Bus คอยรับส่งคนระหว่างหน้าสถานีไปยังจุดขึ้น Ropeway แบบฟรี ๆ หากใครต้องการใช้บริการ เมื่อออกจากสถานีแล้ว สามารถไปต่อแถวเพื่อรอขึ้นรถได้เลย

เมืองชิชิบุนั้น แม้จะเป็นเมืองเล็ก ๆ ในหุบเขาของไซตามะ แต่ก็เป็นเมืองที่ถูกใช้เป็นฉากในอนิเมะชื่อดังหลาย ๆ เรื่อง ทำให้เมืองนี้เป็นเมืองที่เป็นจุดหมายของเหล่าแฟน ๆ อนิเมะอีกด้วย
รายชื่ออนิเมะที่มีเมืองชิชิบุเป็นฉาก
