


หากคุณต้องการเล่นสกี สโนวบอร์ด หรือไปเที่ยวชมเทศกาลหิมะ ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุดในการไปเยือนฮอกไกโด ซึ่งหิมะของฮอกไกโดนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นหิมะที่มีคุณภาพเป็นอันดับหนึ่งของโลก ทำให้เมื่อเข้าฤดูกาลนี้ที่พักและลานสกีนั้นเนืองแน่นไปด้วยคนท้องถิ่นแล ะนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
เดือนมกราคม
อุณหภูมิเฉลี่ย : -3.6℃
【การแต่งกายที่แนะนำ】
เสื้อโค้ท ถุงมือ ผ้าพันคอ และหมวกที่สามารถป้องกันใบหูจากความเย็นได้นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเตรียมตัวมาเที่ยวฮอกไกโดในช่วงนี้ ส่วนรองเท้านั้นแนะนำเป็นรองเท้าบูท และหากใครต้องการสวมรองเท้าผ้าใบก็อย่าลืมฉีดเสปร์กันน้ำ เพื่อป้องกันรองเท้าจากหิมะ และถึงแม้จะอยู่ในห้องที่อบอุ่น ก็ไม่ควรสวมเสื้อแขนสั้นหรือกางเกงขาสั้น เพราะฉะนั้นควรเตรียมชุดที่สามารถให้ความอบอุ่นกับผู้สวมใส่ได้เมื่อต้องมาเที่ยวฮอกไกโดในช่วงนี้กันเถอะ
【อาหารตามฤดูกาล】
Ettou Kyabetsu (กระหล่ำปลีในฤดูหนาว) : สามารถหาทานได้จนถึงกลางเดือนมีนาคม
หอยนางรมสดจากทะเลสาบ Saroma : สามารถหาทานได้จนถึงเดือนกุมภาพันธ์
เดือนกุมภาพันธ์
อุ ณหภูมิเฉลี่ย : -3.1℃
【การแต่งกายที่แนะนำ】
เนื่องจากยังอยู่ในช่วงกลางฤดูหนาว จึงแนะนำให้แต่งตัวด้วยโค้ท ถึงมือ และผ้าพันคอเหมือนกันช่วงเดือนมกราคม
【อาหารตามฤดูกาล】
หอยเชลล์สดจาก Notsuke
เทศกาลหิมะที่ซัปโปโร่มีกำหนดการจัดงานวันที่ 4 – 11 กุมภาพันธ์ 2025 ซึ่งทุกปีจะมีคนมาเข้าร่วมเทศกาลเป็นจำนวนมาก โดยสถานที่จัดงานหลักแย่างสวนโอโดริจะมีการจัดแสดงประติมากรรมจากหิมะให้รับชม และเนื่องจากมีคนเข้าชมงานเป็นจำนวนมากตั้งแต่ช่วงกลางวันไปจนถึงกลางคืน เราจึงแนะนำให้พักที่โรงแรมที่สามารถเดินไปยังสวนโอโดริได้และไปเดินชมเทศกาลในช่วงเช้าจะทำให้ไม่ต้องไปเบียดกับคนจำนวนมากได้อีกด้วย อีกทั้งที่ซุซุกิที่เป็นหนึ่งในสถานที่จัดงานยังมีการจัดแสดงประติมากรรมจากน้ำแข็งในธีม ‘เพลิดเพลินและสนุกไปกับน้ำแข็ง’ ให้รับชมอีกด้วยและในช่วงกลางคืนยังมีการประดับไฟ ทำให้สถานที่แห่งนี้เหมาะกับการไปเที่ยวชมในช่วงกลางคืนเป็นอย่างมาก (สถานที่จัดงานซูซูกิ ไฟจะปิดในเวลา 23.00 น. และวันสุดท้ายวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ไฟจะปิดในเวลา 22.00 น.)
เดือนมีนาคม
อุณหภูมิเฉลี่ย : 0.6℃
【การแต่งกายที่แนะนำ】
แม้อุณหภูมิจะสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดือนมากราคม-กุมภาพันธ์ แต่การสวมโค้ทนั้นยังเป็นสิ่งจำเป็น อีกทั้งควรพกผ้าพันคอและถุงมือไปเผื่อด้วย และอย่าลืมพ่นเสปร์กันน้ำให้รองเท้าเพื่อไม่ให้เปียกจากหิมะที่ละลายด้วย
【อาหารตามฤดูกาล】
ปูขนจาก Oxotck : สามารถหาทานได้จนถึงเดือนมิถุนายน
กุ้งโบตั๋นจากอ่าวฟุงงะ : สามารถหาทานได้จนถึงเดือนเมษายน

ปูขนของฮอกไกโดนั้นมีเนื้อแน่นและความหวานที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งสามารถหาทานได้จากทั้ง 4 ภูมิภาคของฮอกไกโดและฤดูการที่เหมาะกับการรับประทานก็จะแตกต่างกันไปตามพื้นที่
ถึงแม้ว่าฮอกไกโดจะเริ่มอุ่นขึ้นบ้างแล้ว แต่เมื่อเทียบกับเกาะฮอนชูที่เข้าสู่ช่วงที่ซากุระเริ่มบาน ที่ฮอกไกโดนั้นยังมีหิมะหลงเหลืออยู่ ทำให้เมื่อหิมะละลายจะทำให้ดินเปียกชุม ทำให้ไม่อาจเรียกว่าเป็นช่วงที่สวยงามได้ อย่างไรก็ตาม ฮาโกดาเตะที่อยู่ทางตอนใต้ของฮอกไกโดนั้นซากุระจะเริ่มบานในช่วงปลายเดือน 4
เดือนเมษายน
อุณหภูมิเฉลี่ย : 7.1℃
【การแต่งกายที่แนะนำ】
แม้ช่วงกลางวันอุณภูมิจะขึ้นไปถึง 10℃ แต่ในช่วงเช้านั้นอุณภูมิจะต่ำกว่า 5℃ ทำให้ยังคงหลงเหลือวันที่อากาศหนาวอยู่ แต่ก็แทบจะไม่เห็นคนสวมโค้ทขนเป็ดแล้ว ในช่วงนี้ผู้คนมักจะสวมโค้มสำหรับฤดูใบไม้ผลิหรือเสื้อแจ็คเกตกันเป็นส่วนใหญ่ แต่สำหรับใครที่จะเดินทางไปยังสถานที่ที่มีอากาศหนาวเย็น เช่นทางตะวันตกหรือทางเหนือของฮอกไกโด เราแนะนำให้เตรียมถุงมือและผ้าพันคอไปด้วยจะดีที่สุด
【อาหารตามฤดูกาล】
ปลาเฮอริ่งฤดูใบไม้ผลิ, หอยเม่น, กั้งตั๊กแตนตำข้าว, หน่อไม่ฝรั่ง, Gyozya Ninniku

▲ มังงะยอดนิยมอย่าง Golden Kamuy ก็เป็น 1 เรื่องที่มีฉากหลังเป็นฮอกไกโด
Gyozya Ninniku เป็นผักป่าที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในฮอกไกโด เนื่องจากสมัยก่อยเหล่านักพรตที่อยู่บนเขานั้นกินผักชนิดนี้เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้ร่างกาย ทำให้มันถูกเรียกว่า Gyozya Ninniku และบางครั้งก็ถูกเรียกว่า ไอนุเนกิ
เดือนพฤษภาคม
อุณหภูมิเฉลี่ย : 12.7℃
อุณหภูมิเฉลี่ยช่วงกลางวัน คือ 12.7℃ ทำให้มีวันที่รู้สึกอบอุ่นมากขึ้น
【การแต่งกายที่แนะนำ】
ควรสวมเสื้อแขนยาวคู่กับแจ็คเกตหรือเสื้อคาดิแกน และถึงแม้อากาศจะอุ่นขึ้นก็ยังเร็วไปสำหรับการสวมเสื้อแขนสั้นและรองเท้าแตะ
【อาหารตามฤดูกาล】
หอยเชลล์สดจาก Sarufutsu (สามารถหาทา นได้จนถึงเดือนพฤศจิกายน), หอยเม่น
ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ซากุระเริ่มบานที่ซัปโปโร่ และเข้าสู่ช่วงฤดูกาลสำหรับชมดอกไม้ โดยที่ Moerenuma Park นั้นมีต้นซากุระอยู่ถึง 2,600 ต้นที่บานพร้อมกัน ซึ่งสามารถเดินทางโดยขับรถจากซัปโปโร่เพียง 30 นาทีเท่านั้น อีกทั้งจุดชมซากุระยอดนิยมในตัวเมืองซัปโปโร่อย่างสวนมารุยามะก็เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่น่าเที่ยวเช่นกัน เพราะตั้งอยู่ใกล้กับศาลเจ้าฮอกไกโดทำให้สามารถเพลิดเพลินไปกับดอกซากุระและดอกบ๊วยไปพร้อม ๆ กันได้
เดือนมิถุนายน
อุณหภูมิเฉลี่ย : 16.7℃
【การแต่งกายที่แนะนำ】
ในที่สุดช่วงที่สามารถเที่ยวที่ฮอกไกโดได้อย่างสบายก็มาถึง! ซึ่งช่วงนี้สามารถใส่เสื้อแขนสั้นและสวมคาดิแกนเดินเที่ยวได้อย่างสบายใจแล้ว แต่เมื่อเดือนมิถุนา 2024 ที่ผ่านมาที่ไปเยือนฮอกไกโด มีแค่ฉันที่สวมรองเท้าแตะอยู่คนเดียว ทำให้ปลายเท้านั้นเย็นมาก ดังนั้นควรสวมรองเท้าผ้าใบจะเป็นการดีกว่า
【อาหารตามฤดูกาล】
หอยเม่น Bafun และหอยเม่นสีม่วงจาก Shakotan (สามารถหาทานได้จนถึงเดือนกรกฎาคม), แตงโม Densuke (สามารถหาทานได้จนถึงต้นเดือนสิงหาคม)
อีกทั้งยังเข้าสู่เทศกาลของเมล่อนยูบาริ! ซึ่งมีกิจกรรมต่าง ๆ จัดขึ้นมามาย หากคุณเป็นคนที่ชอบกินเมล่อนสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่Yubari Melon Rest House Natsuzora
ในฤดูนี้ที่ Shakotan เป็นฤดูที่อนุญาตให้สามารถตกปลาและเม่นทะเลได้ ซึ่งสามารถเดินทางมาจากซัปโปโร่ได้อย่างง่ายดาย หากมาก่อนช่วงโอบ้ง (ก่อนวันที่ 13 สิงหาคม) จะได้เพลิดเพลินกับรสชาติที่ดีที่สุดของหอยเม่นตามฤดูกาล และไม่เพียงแต่จะสามารถรับประทานข้าวหน้าหอยเม่นแล้ว ยังสามารถรับประทานอาหารทะเลที่ทำจากวัตถุดิบสด ๆ จากชาวประมงได้อีกด้วย

เดือนกรกฎาคม
อุณหภูมิเฉลี่ย : 20.5℃
【การแต่งกายที่แนะนำ】
อุณหภูมิที่แตะ 20℃ ทำให้รูสึกว่าหน้าร้อนได้มาเยือนฮอกไกโดแล้ว โดยช่วงกลางวันการสวมใส่เสื้อแขนสั้นนั้นไม่มีปัญหา แต่ถ้าตกเย็นแล้วอากาศจะเย็นขึ้นเล็กน้อยทำให้ควรพกเสื้อคาดิแกนติดตัวไปไหนมาไหนด้วย
【อาหารตามฤดูกาล】
มันฝรั่ง, ข้าวโพดหวาน, เมล่อนฟุราโนะ, ปูขน Kojohama, ปู Hanasaki
ในเดือนนี้เป็นเดือนที่มีอากาศดี เหมาะแก่การไปทำกิจกรรมข้างนอก อีกทั้งตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ทะเลของฮอกไกโดจะเปิด ทำให้ชายหาดนั้นอัดแน่นไปด้วยผู้คนในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ อีกทั้งถ้าพูดถึงการมาเที่ยวทะเลที่ฮอกไกโดก็ต้องนึกถึง BBQ ทำให้การตั้งเต้นท์แล้วทานอาหารทะเลหรือเนื้อต่าง ๆ พลางชมทิวทัศน์ของทะเลในหน้าร้อนอันแสนสั้นของฮอกไกโดก็เป็นอีกหนึ่งความสนุกที่ควรลองเช่นกัน
เดือนสิงหาคม
อุณหภูมิเฉลี่ย : 21.2℃
【การแต่งกายที่แนะนำ】
สามารถแต้งตัวได้เช่นเดียวกับเดือนกรกฎาคม แต่ว่าหลังจากวันที่ 13 สิงหาคมเป็นต้นไปอุณภูมิจะเริ่มลดลง ทำให้ต้องเตรียมรับมือกับการกาศที่เย็นลงให้พร้อมด้วย
【อาหารตามฤดูกาล】
ปลาซันมะดิบ (สามารถหาทานได้จนถึงเดือนกันยายน)

หากต้องการเพลิดเพลินกับใบไม้เปลี่ยนสีในฮอกไกโดนั้น การมาเที่ยวในช่วงนี้เป็นช่วงที่แนะนำมากที่สุด โดยภูเขาอาซาฮิดาเคะ ซึ่งเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในฮอกไกโดนั้นใบไม้เปลี่ยนสีจะเริ่มตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกันยายนไปจนถึงสิ ้นเดือนกันยายน ซึ่งสามารถนั่งกระเช้าลอยฟ้าขึ้นไปจนถึงความสูง 1,600 เมตรได้
เดือนกันยายน
อุณหภูมิเฉลี่ย : 18.1℃
【การแต่งกายที่แนะนำ】
แม้อุณหภูมิสูงสุดจะอยู่ที่ 20℃ แต่สำหรับคนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยแล้ว อุณหภูมิประมาณนี้ก็สามารภทำให้รู้สึกหนาวได้เช่นกัน อีกทั้งยังเป็นช่วงที่มีฝนตกอยู่เป็นประจำ จึงควรที่จะพกร่มติดตัวไปด้วย และถ้าพกเสื้อแจ็คเกตหรือเสื้อกันลมติดตัวไว้จะทำให้อุ่นใจยิ่งขึ้น และการใส่รองเท้าแตะจะทำให้เท้ารู้สึกเย็นมาก จึงแนะนำให้ใส่รองเท้าผ้าใบดีกว่า
【อาหารตามฤดูกาล】
Red caviar, แซลม่อนฤดูใบไม้ร่วง
ถึงแม้ทั้งสองอย่างที่กล่าวมาจะเป็นอาหารที่สามารถรับประทานได้ทั้งปี แต่หากเป็นช่วงนี้จะสามารถรับประทานโดยรู้สึกถึงเนื้อสัมผัสดั้งเดิมได้
เดือนตุลาคม
อุณหภูม ิเฉลี่ย : 11.8℃
【การแต่งกายที่แนะนำ】
เนื่องจากเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ฤดูหนาว ทำให้อุณหภูมินั้นลดลงเป็นอย่างมาก การแต่งกายนั้นควรเตรียมเสื้อผ้าที่สามารถรับมือกับอากาศเย็นได้ และควรพกผ้าพันคอและถุงมือไว้เผื่อด้วย
【อาหารตามฤดูกาล】
ฟักทอง

ที่ฮอกไกโดนั้นเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว ในซัปโปโร่นั้นความสูงของหิมะที่ทับถมกันสูง 32cm และที่เมืองอาซาฮิกาวะนั้นมีหิมะถับถมกันสูงถึง 100cm ทำให้ผู้คนในฮอกไกโดเริ่มที่จะเตรียมตัวเพื่อรับมือกับฤดูหนาวที่มาถึง เช่น การเปลี่ยนยางรถสำหรับวิ่งบนหิมะ เป็นต้น
แสงของไฟประดับจะสวยงามที่สุดเมื่อทั้งเมืองถูกย้อมไปด้วยสีขาว และจุดรับชมไฟประดับที่มีชื่อเสียงก็ต ้องเป็น ‘คลองสีน้ำเงิน’ ที่โอตารุ ซึ่งเป็นเมืองที่สามารถนั่งรถไฟ JR จากซัปโปโร่มาลงได้เลย หรือใครอยากจะดูไฟประดับที่ซัปโปโร่สามารถรับชมได้ที่สวนโอโดริ หน้าสถานีรถไฟซัปโปโร่ ซึ่งจะมีการตกแต่งไฟประดับในชื่อ Sapporo White Illumination ขึ้นทุกปีในเดือนพฤศจิกายน แลัในขณะเดียวกันก็ยังมีการจัดงาน German Christmas Market in Sapporo ขึ้นอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นสีสันในหน้าหนาวของซัปโปโร่เลยก็ว่าได้
เดือนพฤศจิกายน
อุณหภูมิเฉลี่ย : 4.9℃
【การแต่งกายที่แนะนำ】
เนื่องจากเดือนพฤศจิกายนมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 5℃ จึงควรเตรียมเสื้อผ้าและอุปกรณ์ป้องกันความหนาวมาให้ครบครัน เพื่อรับมือกับอากาศที่หนาวเย็นของฮฮกไกโดในช่วงนี้
【อาหารตามฤดูกาล】
ปลาฮอกเกะ, หอยนางรมจากทะเลสาย Saroma
เดือนธันวาคม
อุณหภูมิเฉลี่ย : -0.9℃
【การแต่งกายที่ แนะนำ】
เตรียมอุปกรณ์กันความหนาวมาให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นเสื้อโค้ท ถุงมือ ผ้าพันคอ และหมวก อีกทั้งยังควรใส่รองเท้าบูทหรือรองเท้าที่สามารถเดินบนหิมะได้ง่าย เพื่อจะได้ไม่ลื่นเวลาเดินบนพื้นที่ที่ลื่นง่าย
【อาหารตามฤดูกาล】
ปูขนจาก Erimo, Gibier
ในหมูเกาะญี่ปุ่น ใน 1 ปี คุณสามารถเพลิดเพลินกับฤดูกาลทั้ง 4 ได้โดยไม่เบื่อ ในแต่ละฤดู บางครั้งยังให้ความรู้สึกเหมือนอยู่คนละประเทศอีกด้วย จึงอยากให้ทุกคนได้มาลองเที่ยวฮอกไกโดให้ครบทั้ง 4 ฤดู รับรองว่าประสบการณ์ที่ได้รับกลับไปนั้นจะต้องเกินคาดแน่ ๆ
ฮอกไกโดเป็นดินแดนที่เที่ยวได้ตลอดปี เพราะทั้ง 4 ฤดูมีความงดงามและรสชาติอาหารที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง สิ่งสำคัญที่สุดคือการเช็กอุณหภูมิและเตรียมเสื้อผ้าให้พร ้อม เพื่อให้คุณทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างคล่องตัวและมีความสุขที่สุด ไม่ว่าเป้าหมายของคุณจะเป็นหิมะหนานุ่ม ดอกไม้บานสะพรั่ง หรืออาหารทะเลสดใหม่ การวางแผนที่ดีจะช่วยเติมเต็มทริปนี้ให้สมบูรณ์แบบ หวังว่าคู่มือนี้จะช่วยให้ทุกคนจัดกระเป๋าได้ง่ายขึ้นและมั่นใจในการเดินทางไปเยือนเกาะเหนือสุดของญี่ปุ่นแห่งนี้ แล้วลองหาโอกาสไปสัมผัสเสน่ห์ของฮอกไกโดให้ครบทุกฤดู รับรองว่าจะได้ประสบการณ์ความประทับใจที่ไม่ซ้ำกันแน่นอน