ซัปโปโร: ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สะพานฟุตามิ โจซังเค

ถ้าพูดถึงการชมใบไม้เปลี่ยนสีใกล้ซัปโปโร หลายคนอาจนึกถึงสวนในเมืองหรือการเดินทางออกไปไกลถึงพื้นที่ภูเขา แต่จริง ๆ แล้วมีอีกหนึ่งจุดที่สามารถรวมทั้ง ใบไม้เปลี่ยนสี ธรรมชาติของหุบเขา และออนเซ็น ไว้ในทริปเดียว นั่นคือ โจซังเคออนเซ็น (Jozankei Onsen) เมืองออนเซ็นทางตอนใต้ของซัปโปโร

หนึ่งในภาพที่เป็นสัญลักษณ์ของฤดูใบไม้ร่วงที่นี่ คือ สะพานแขวนฟุตามิ หรือ Futami Tsuribashi Suspension Bridge (二見吊橋) สะพานสีแดงที่ทอดผ่านแม่น้ำโทโยฮิระ ท่ามกลางต้นไม้ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนจากสีเขียวเป็นเหลือง ส้ม และแดงในช่วงเดือนตุลาคม

ข้อดีของโจซังเคคือไม่จำเป็นต้องจัดทริปหลายวัน หากพักอยู่ในซัปโปโรก็สามารถเดินทางมาแบบ Day Trip ได้ หรือถ้าอยากเที่ยวแบบช้าลงอีกหน่อย ก็สามารถพักเรียวกังหนึ่งคืนแล้วใช้ช่วงเช้าหรือเย็นเดินชมใบไม้เปลี่ยนสี ก่อนปิดท้ายวันด้วยการแช่ออนเซ็น

สรุปก่อนเที่ยว

・สถานที่: Futami Tsuribashi Suspension Bridge, Jozankei

・พื้นที่: Minami-ku, Sapporo, Hokkaido

・ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสี: โดยทั่วไปประมาณเดือนตุลาคม

・เหมาะกับ: Day Trip จากซัปโปโร / คู่รัก / เดินทางคนเดียว / ทริปออนเซ็น

・ไฮไลต์: สะพานแขวนสีแดง + หุบเขา + แม่น้ำ + ใบไม้เปลี่ยนสี

・แนะนำ: จัดเวลาเดินชมใบไม้ก่อน แล้วจบวันด้วยออนเซ็น

✦ ทำไมโจซังเคเหมาะกับการชมใบไม้เปลี่ยนสีใกล้ซัปโปโร

โจซังเคตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองซัปโปโร และเป็นพื้นที่ออนเซ็นที่ล้อมรอบด้วยภูเขาและหุบเขา ภูมิประเทศที่แตกต่างจากใจกลางเมืองทำให้บรรยากาศในฤดูใบไม้ร่วงรู้สึกเหมือนเดินทางออกไปต่างจังหวัด ทั้งที่ยังอยู่ในเขตเมืองซัปโปโร

พื้นที่โจซังเคอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 300 เมตร และมีความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้สีสันของใบไม้ในฤดูใบไม้ร่วงโดดเด่น นอกจากต้นไม้บนภูเขาแล้ว ภาพสะท้อนของใบไม้บนผิวน้ำและสะพานที่กระจายอยู่ตามหุบเขาก็เป็นองค์ประกอบสำคัญของวิวฤดูใบไม้ร่วงที่โจซังเค

Japanavi Point
หากพักอยู่ซัปโปโรและไม่อยากเสียเวลาย้ายโรงแรม โจซังเคเป็นตัวเลือกที่วางแผนง่าย เพราะสามารถจัดเป็น Day Trip แล้วกลับมานอนซัปโปโรในวันเดียวได้ หรือจะพักหนึ่งคืนเพื่อเพิ่มเวลาออนเซ็นก็ได้เช่นกัน

✦ สะพานฟุตามิ จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่เป็นสัญลักษณ์ของโจซังเค

Futami Tsuribashi Suspension Bridge หรือ 二見吊橋 เป็นสะพานแขวนสีแดงที่ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของโจซังเค จุดเด่นคือสีแดงของตัวสะพานที่ตัดกับสีเหลือง ส้ม และแดงของต้นไม้รอบหุบเขา โดยด้านล่างเป็นแม่น้ำโทโยฮิระ

สะพานฟุตามิในปัจจุบันสร้างขึ้นในปี 1955 มีความยาวประมาณ 23 เมตร และกว้างประมาณ 1.5 เมตร จากบริเวณสะพานสามารถมองเห็นธรรมชาติรอบหุบเขาและเดินต่อเข้าสู่เส้นทางธรรมชาติ Futami Jozan Road ได้

ช่วงฤดูใบไม้ร่วงจึงไม่ควรคิดว่าสะพานแห่งนี้เป็นเพียงจุดสำหรับถ่ายรูปหนึ่งรูปแล้วเดินกลับ เพราะบริเวณโดยรอบมีเส้นทางธรรมชาติที่สามารถเดินเลียบแม่น้ำต่อไปได้ ทำให้เราได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสีจากหลายมุมมากกว่าเพียงวิวจากตัวสะพาน

✦ ควรไปช่วงไหนในฤดูใบไม้ร่วง 2026

โดยทั่วไปโจซังเคเข้าสู่ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีในราว เดือนตุลาคม แต่สีของใบไม้จริงในแต่ละปีขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ สภาพอากาศ และระดับความสูงของแต่ละจุด ดังนั้นอย่ายึดวันที่ใดวันที่หนึ่งเป็นวันพีกแบบตายตัว

สำหรับปี 2026 ทางสมาคมการท่องเที่ยวโจซังเคกำหนดช่วงให้บริการ Koyo Kappa Bus ระหว่างวันที่ 1–21 ตุลาคม 2026 ซึ่งสะท้อนว่าช่วงต้นถึงกลางเดือนตุลาคมเป็นช่วงสำคัญของฤดูชมใบไม้เปลี่ยนสีในพื้นที่

ถ้าต้องเลือกช่วงเดินทาง
สำหรับคนที่ต้องการจัดทริปโดยมี “ใบไม้เปลี่ยนสีโจซังเค” เป็นเป้าหมายหลัก สามารถเริ่มมองช่วงประมาณต้นถึงกลางเดือนตุลาคมก่อน แล้วตรวจสอบสถานการณ์ใบไม้ล่าสุดอีกครั้งก่อนเดินทางจริง

การไปเช้าก็มีข้อดี โดยเฉพาะวันที่อากาศดี เพราะแสงเช้าช่วยให้สีของใบไม้และสะพานแดงดูชัดขึ้น อีกทั้งยังมีเวลามากพอสำหรับเดินเล่น รับประทานอาหารกลางวัน และแช่ออนเซ็นก่อนเดินทางกลับซัปโปโร

✦ เดินทางจากซัปโปโรไปโจซังเคอย่างไร

  • Kappa Liner จาก Sapporo Station

หากไม่เช่ารถ วิธีที่เข้าใจง่ายสำหรับนักท่องเที่ยวคือการใช้รถบัสตรง Kappa Liner จากบริเวณ Sapporo Station ไปยัง Jozankei Onsen ใช้เวลาประมาณ 60 นาที

ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2025 เส้นทาง Kappa Liner มีการเพิ่มเที่ยวบริการ และใช้จุดขึ้นบริเวณป้ายหมายเลข 27 หน้าอาคาร HOKUREN ใกล้ Subway Exit 23 ทั้งนี้ควรตรวจสอบตารางรถและเงื่อนไขการจองอีกครั้งก่อนวันเดินทาง

  • Subway ไป Makomanai แล้วต่อรถบัส

อีกวิธีคือขึ้นรถไฟใต้ดินสาย Namboku Line จากใจกลางซัปโปโรไปยัง Makomanai Station แล้วต่อรถบัส Jotetsu ไปโจซังเค เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นเรื่องเวลา หรือไม่สามารถจอง Kappa Liner ในเที่ยวที่ต้องการได้

  • เดินทางด้วยรถยนต์

จาก Sapporo Station ใช้เวลาขับรถประมาณ 50 นาทีในสภาพการเดินทางปกติ แต่ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีเป็นฤดูยอดนิยม จึงควรเผื่อเวลาสำหรับการจราจรและที่จอดรถ

✦ เดิน Futami Jozan Road อย่างไรให้ได้ทั้งสะพานและใบไม้เปลี่ยนสี

หากมีเวลา อย่าหยุดเฉพาะ Futami Suspension Bridge แต่ลองเดินต่อบน Futami Jozan Road ซึ่งเป็นเส้นทางธรรมชาติริมแม่น้ำโทโยฮิระ

เส้นทางหลักเชื่อมบริเวณ Futami Park ผ่าน Futami Suspension Bridge, Kappabuchi และพื้นที่ธรรมชาติด้านใน เส้นทางแบบไป-กลับเต็มรูปแบบมีระยะประมาณ 2.5 กิโลเมตร จึงไม่ใช่เส้นทาง Trekking หนัก แต่ก็ไม่ควรประเมินเหมือนเดินบนทางเท้าในเมือง

ช่วงที่ 1: Futami Park → Futami Suspension Bridge

เริ่มจากบริเวณ Futami Park แล้วเดินเข้าสู่พื้นที่สะพาน ช่วงนี้ถือเป็นส่วนสำคัญที่สุดสำหรับคนที่ต้องการภาพสะพานแดงกับใบไม้เปลี่ยนสี

ช่วงที่ 2: Futami Suspension Bridge → Kappabuchi

หลังข้ามสะพาน สามารถเดินต่อผ่านพื้นที่ป่าและริมแม่น้ำ บรรยากาศจะเปลี่ยนจากจุดถ่ายภาพยอดนิยมเป็นเส้นทางธรรมชาติมากขึ้น

ช่วงที่ 3: เดินต่อเท่าที่เวลาและสภาพร่างกายเหมาะสม

หากตั้งใจมาพักผ่อนมากกว่าจะเดินเต็มเส้นทาง ไม่จำเป็นต้องเดินจนสุด สามารถกำหนดเวลาเดินประมาณ 45–90 นาทีแล้วกลับเข้าสู่ย่านออนเซ็นเพื่อรับประทานอาหารหรือแช่น้ำร้อนได้

Japanavi Point — ปี 2026 ต้องรู้เรื่องนี้
บริเวณ Futami Park และริมแม่น้ำมีโครงการปรับปรุงตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2026 ถึงปลายเดือนมีนาคม 2027 โดยบางบริเวณภายในสวนจะปิด แต่ ทางเข้าสะพาน Futami Suspension Bridge ยังคงเปิด และมีการจัดเส้นทางอ้อมสำหรับคนเดินเท้าไว้ โดยมีกำหนดเปิดตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2026

✦ ตัวอย่างแผนเที่ยวโจซังเค 1 วัน: ใบไม้เปลี่ยนสี + ออนเซ็น

ถ้าพักในซัปโปโร การแบ่งวันให้โจซังเคเต็มวันจะเที่ยวได้สบายกว่าการพยายามแทรกไว้ครึ่งวัน โดยเฉพาะเดือนตุลาคมที่หลายคนต้องการใช้เวลากับวิวใบไม้เปลี่ยนสี

ตัวอย่าง Timeline

08:00–09:00
ออกจากใจกลางซัปโปโร

ประมาณ 09:00–10:00
เดินทางถึง Jozankei Onsen

10:00–11:30
Futami Park → Futami Suspension Bridge → เดิน Futami Jozan Road

11:30–12:30
กลับเข้าสู่ย่านออนเซ็น / เดินชมเมือง / แวะจุดแช่เท้าหากเปิดให้บริการ

12:30–13:30
รับประทานอาหารกลางวัน

14:00–16:00
แช่ออนเซ็นแบบ Day Trip

16:00 เป็นต้นไป
เดินทางกลับซัปโปโร

หัวใจของแผนนี้คือ ชมใบไม้ก่อนแล้วค่อยแช่ออนเซ็น เพราะการเดินธรรมชาติหลังแช่น้ำร้อนนาน ๆ อาจทำให้รู้สึกเหนื่อยกว่าเดิม และช่วงเช้ายังช่วยให้มีเวลาสำรองหากการเดินทางล่าช้า

✦ เที่ยวโจซังเคแล้วเลือกออนเซ็นแบบไหนดี

โจซังเคมีทั้งโรงแรม เรียวกัง และสถานบริการออนเซ็นที่เปิดให้ใช้แบบ Day Trip ดังนั้นคนที่พักซัปโปโรก็สามารถสัมผัสออนเซ็นได้โดยไม่จำเป็นต้องค้างคืน

อยากเดินน้อย

เลือกออนเซ็นหรือโรงแรมที่อยู่ในบริเวณ Jozankei Onsen โดยตรง จะจัดเวลาได้ง่ายกว่าและไม่ต้องต่อรถเพิ่มมากนัก

อยากเน้นวิวกลางแจ้ง

สามารถพิจารณาออนเซ็นที่มี Open-air Bath โดยตรวจสอบประเภทบ่อ เวลาเปิด และเงื่อนไขการเข้าใช้แบบ Day Trip ก่อนเดินทาง

อยากใช้เวลาเกือบทั้งวัน

สถานที่ที่มีทั้งออนเซ็น ห้องพักผ่อน ร้านอาหาร หรือซาวน่า จะเหมาะกว่าการเลือกสถานที่ที่ให้บริการเฉพาะการแช่น้ำ

ตัวอย่าง: Hoheikyo Onsen

อีกตัวเลือกหนึ่งคือ Hoheikyo Onsen ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปจากย่าน Jozankei Onsen และเป็นที่รู้จักจากบ่อกลางแจ้งขนาดใหญ่ แต่หากเลือกที่นี่ควรคำนวณเวลาและการเดินทางเพิ่ม เพราะไม่ได้อยู่ติดกับ Futami Suspension Bridge

✦ 7 ข้อควรรู้ก่อนชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สะพานฟุตามิ

1. รองเท้าสำคัญกว่าการแต่งตัวถ่ายรูป

เส้นทางธรรมชาติมีทั้งดิน ทราย ขั้นต่างระดับ และพื้นไม่เรียบ ควรเลือกรองเท้าที่เดินง่ายและพื้นเกาะถนนดี

2. ใบไม้ไม่ได้แดงพร้อมกันทุกต้น

เสน่ห์ของโจซังเคคือสีหลายระดับ ทั้งเขียว เหลือง ส้ม และแดง ไม่จำเป็นต้องรอจนทุกต้นเปลี่ยนสีพร้อมกันจึงจะเที่ยวได้

3. เดือนตุลาคมอากาศต่างจากใจกลางซัปโปโร

พื้นที่หุบเขาอาจรู้สึกเย็นกว่า โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็น ควรมีเสื้อชั้นนอกที่สามารถถอดเพิ่มหรือลดได้

4. เผื่อเวลาสำหรับรถบัส

ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีเป็นหนึ่งในช่วงยอดนิยมของโจซังเค จึงไม่ควรวางตารางกลับซัปโปโรชิดกับนัดหมายหรือการเดินทางเที่ยวสุดท้ายมากเกินไป

5. เช็กสถานการณ์ใบไม้ก่อนออกเดินทาง

แทนที่จะดูเฉพาะค่าเฉลี่ยของปีที่ผ่านมา ควรตรวจสอบข้อมูลจาก Jozankei Tourist Association และพยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสีใกล้วันเดินทางจริง

6. ตรวจเวลา Day-use Onsen แยกต่างหาก

โรงแรมบางแห่งเปิดออนเซ็นสำหรับผู้ไม่ได้เข้าพักเฉพาะบางช่วง และเวลาอาจเปลี่ยนตามวันหรือการดำเนินงานของสถานที่

7. ในปี 2026 ต้องคำนึงถึงงานปรับปรุง Futami Park

แม้สะพานยังเปิดให้เข้าชม แต่บางส่วนของพื้นที่สวนและทางเดินอาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรปฏิบัติตามป้ายและเส้นทางอ้อมที่กำหนดไว้

✦ FAQ คำถามที่พบบ่อย

สะพานฟุตามิอยู่ในซัปโปโรหรือไม่?

ใช่ โจซังเคอยู่ใน Minami-ku ของเมืองซัปโปโร แม้บรรยากาศจะเป็นภูเขาและเมืองออนเซ็นก็ตาม

จาก Sapporo Station ไปโจซังเคใช้เวลานานแค่ไหน?

รถบัสตรง Kappa Liner ใช้เวลาประมาณ 60 นาที ส่วนรถบัสปกติอาจใช้เวลาประมาณ 80 นาที ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเส้นทางและสภาพการจราจร

สะพานฟุตามิต้องเสียค่าเข้าหรือไม่?

เส้นทาง Futami Jozan Road และพื้นที่ธรรมชาติหลักสามารถเข้าชมได้โดยไม่มีค่าเข้าชม

เดือนไหนเหมาะกับชมใบไม้เปลี่ยนสีที่โจซังเค?

โดยทั่วไปคือเดือนตุลาคม แต่ช่วงสีสวยที่สุดเปลี่ยนแปลงได้ทุกปีตามสภาพอากาศ

เที่ยวโจซังเคแบบไม่ค้างคืนได้หรือไม่?

ได้ จากซัปโปโรสามารถจัดเป็น Day Trip ได้ และมีออนเซ็นหลายแห่งที่รองรับผู้ใช้บริการแบบไปเช้าเย็นกลับ

ควรจองออนเซ็นล่วงหน้าหรือไม่?

ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานที่ บางแห่งสามารถ Walk-in ได้ ขณะที่บริการบางประเภท เช่น ห้องอาบน้ำส่วนตัว อาหาร หรือแพ็กเกจเฉพาะ อาจต้องจองก่อน

ปี 2026 Futami Suspension Bridge ปิดหรือไม่?

ตามประกาศของ Jozankei Tourist Association สะพานยังสามารถเข้าไปชมใบไม้เปลี่ยนสีได้ แม้บริเวณ Futami Park จะอยู่ระหว่างโครงการปรับปรุง โดยมีทางเดินอ้อมสำหรับคนเดินเท้า

✦ Fact Sheet|Futami Suspension Bridge & Jozankei

ชื่อภาษาญี่ปุ่น: 二見吊橋

ภาษาอังกฤษ: Futami Tsuribashi Suspension Bridge

พื้นที่: Jozankei Onsen, Minami-ku, Sapporo, Hokkaido

ประเภท: จุดชมวิว / ธรรมชาติ / ใบไม้เปลี่ยนสี

ฤดูแนะนำ: ฤดูใบไม้ร่วง โดยเฉพาะประมาณเดือนตุลาคม

ค่าเข้าชม: ไม่มีค่าเข้าชมเส้นทางธรรมชาติหลัก

จาก Sapporo Station: ประมาณ 60 นาทีด้วย Kappa Liner

กิจกรรมที่จัดคู่กัน: เดินชมธรรมชาติ / ถ่ายภาพ / แช่ออนเซ็น / Day Trip

รองเท้า: แนะนำรองเท้าพื้นเรียบ เดินสบาย และยึดเกาะได้ดี

หมายเหตุปี 2026: Futami Park มีงานปรับปรุง แต่ Futami Suspension Bridge ยังเปิดให้เข้าชมผ่านเส้นทางเดินที่กำหนด

✦ สรุป|ถ้ามาซัปโปโรช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ลองเก็บ 1 วันไว้ให้โจซังเค

เสน่ห์ของ สะพานฟุตามิในโจซังเค ไม่ได้อยู่แค่การถ่ายภาพสะพานสีแดงกับใบไม้เปลี่ยนสี แต่คือการได้รวมหลายประสบการณ์ไว้ในวันเดียว ตั้งแต่เดินริมแม่น้ำ ชมป่าในฤดูใบไม้ร่วง สัมผัสบรรยากาศเมืองออนเซ็น ไปจนถึงการลงแช่น้ำร้อนหลังเดินเที่ยวมาทั้งวัน

สำหรับคนที่พักซัปโปโรและมีเวลาจำกัด การจัดโจซังเคเป็นทริปหนึ่งวันจึงเป็นวิธีที่ไม่ต้องเดินทางไกลเกินไป แต่ได้เห็นฮอกไกโดในบรรยากาศที่ต่างจากตัวเมืองอย่างชัดเจน

ถ้าทริปของคุณตรงกับเดือนตุลาคม ลองเช็กสถานการณ์ใบไม้เปลี่ยนสีอีกครั้งก่อนเดินทาง แล้วเลือกวันที่อากาศเหมาะ ๆ เตรียมรองเท้าที่เดินสบาย และปล่อยเวลาให้โจซังเคสักหนึ่งวันแบบไม่ต้องรีบมาก น่าจะเป็นอีกหนึ่งวันของทริปซัปโปโรที่จดจำได้ง่ายทีเดียว

เที่ยวฮอกไกโด อย่าลืมเตรียมอินเทอร์เน็ตก่อนออกเดินทาง

NihonSIM มีทั้ง eSIM และ Physical SIM สำหรับเดินทางในญี่ปุ่น ใช้งานอินเทอร์เน็ตบนอุปกรณ์หลักได้ไม่จำกัดตลอดระยะเวลาแพ็กเกจ เลือกได้ตั้งแต่ 4–31 วัน พร้อมเครือข่าย au ในประเทศญี่ปุ่น

เหมาะสำหรับเปิด Google Maps เช็กเส้นทางรถบัส ค้นหาร้านอาหาร และดูข้อมูลการเดินทางระหว่างเที่ยวซัปโปโร–โจซังเค ดูแพ็กเกจและสั่งซื้อได้ NihonSIM โปรดตรวจสอบแพ็กเกจ รุ่นอุปกรณ์ และเงื่อนไขการใช้งานล่าสุดก่อนสั่งซื้อ

✦ อ้างอิง

  • Jozankei Tourist Association — Futami Suspension Bridge / Futami Jozan Road