ฮิกันบานะ ดอกไม้แห่งความตาย

เมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง ประเทศญี่ปุ่นไม่ได้มีแค่ใบไม้เปลี่ยนสีที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่ยังมีดอกไม้สีแดงสดที่มีรูปทรงเป็นเอกลักษณ์ราวกับเปลวเพลิงที่กำลังร่ายรำ ดอกไม้นั้นคือ "ฮิกันบานะ" (Higanbana 彼岸花) หรือ Red Spider Lily แม้ฉากหน้าจะดูงดงามสะกดสายตาเพียงใด แต่เบื้องหลังความสวยงามนี้กลับแฝงไปด้วยความหมายที่มืดหม่นและเรื่องราวชวนขนลุก จนถูกขนานนามว่าเป็น "ดอกไม้แห่งความตาย" ซึ่งเสน่ห์อันลึกลับนี้เอง ที่ทำให้ฮิกันบานะกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่มักโผล่ไปอยู่ในมังงะและอนิเมะชื่อดังหลายเรื่อง

ความหมายที่ซ่อนอยู่อันน่ากลัวของฮิกันบานะ

ชื่อ "ฮิกัน" (Higan) ในภาษาญี่ปุ่นหมายถึง "ฝั่งโน้น" หรือเส้นแบ่งระหว่างโลกมนุษย์และโลกวิญญาณ ดอกไม้ชนิดนี้มักจะบานในช่วงวันวสันตวิษุวัต (ช่วงที่กลางวันและกลางคืนยาวเท่ากันในฤดูใบไม้ร่วง) ซึ่งตรงกับเทศกาลฮิกัน เทศกาลที่ชาวญี่ปุ่นจะไปเคารพศพและรำลึกถึงบรรพบุรุษ

ตำนานพื้นบ้านเล่าขานกันว่า ดอกฮิกันบานะจะบานสะพรั่งอยู่ริมฝั่ง แม่น้ำสุนซุ (Sanzu River) ซึ่งเป็นแม่น้ำที่คนตายต้องข้ามเพื่อไปยังยมโลก สีแดงสดของมันคือสิ่งที่คอยนำทางวิญญาณให้เดินไปสู่ปรโลก นอกจากนี้ ด้วยธรรมชาติทางพฤกษศาสตร์ของต้นฮิกันบานะที่ "เมื่อดอกบานจะไม่มีใบ เมื่อใบงอกจะไม่มีดอก" ทำให้ดอกและใบของมันไม่เคยได้พบเจอกันเลยตลอดกาล จึงเกิดเป็นภาษาดอกไม้ที่มีความหมายแฝงอันแสนเศร้าว่า "การพลัดพรากที่ไม่มีวันได้พบกันอีก"

ในความเป็นจริง ความน่ากลัวของฮิกันบานะไม่ได้มีแค่ในตำนาน เพราะหัวและรากของมันมีพิษร้ายแรง (Lycorine) ในสมัยโบราณชาวญี่ปุ่นจึงนิยมปลูกดอกไม้ชนิดนี้ไว้รอบๆ สุสานเพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์ป่ามาขุดคุ้ยศพ หรือปลูกตามคันนาเพื่อกันหนูและแมลง ภาพจำของดอกฮิกันบานะจึงผูกติดอยู่กับความตาย ความร่วงโรย และสุสานมาโดยตลอด

สัญลักษณ์แห่งความตายและการเกิดใหม่ใน "มังงะและอนิเมะ"

ด้วยความหมายที่ลึกซึ้งและรูปลักษณ์ที่โดดเด่นดุจเลือด ฮิกันบานะจึงถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ทางศิลปะ สื่อถึงความตาย การสูญเสียความเป็นมนุษย์ หรือการเปลี่ยนผ่านในผลงานมังงะระดับตำนานมากมาย:

  • Tokyo Ghoul (โตเกียวกูล): หนึ่งในฉากที่น่าจดจำที่สุดของเรื่องคือตอนที่ คาเนกิ เคน ถูกทรมานจนสภาพจิตใจแตกสลาย ดอกคาร์เนชั่นสีขาวในฉากค่อยๆ ชโลมไปด้วยเลือดและเปลี่ยนกลายเป็นดอกฮิกันบานะสีแดงสด เป็นสัญลักษณ์ของการตายจากความเป็นมนุษย์ดั้งเดิม และการถือกำเนิดใหม่ในฐานะกูลที่โหดเหี้ยม

  • Demon Slayer (ดาบพิฆาตอสูร): มังงะเรื่องนี้ใช้ "ฮิกันบานะสีน้ำเงิน" (Blue Spider Lily) เป็นไอเทมลึกลับและกุญแจสำคัญที่ คิบุทสึจิ มุซัน ตามหาเพื่อเอาชนะแสงตะวัน นอกจากนี้ในฉากเอนดิ้งหรือฉากย้อนอดีตของตัวละครที่เสียชีวิต ก็มักจะมีฮิกันบานะสีแดงปรากฏขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของการเดินทางสู่ปรโลก

  • 86 Eighty Six: ดอกฮิกันบานะสีแดงสดถูกใช้เป็นตัวแทนของสนามรบและเหล่าทหารที่ล้มตายราวกับใบไม้ร่วง สื่อถึงความงดงามที่แสนเจ็บปวดของการต่อสู้ดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด

2 พิกัดชมทุ่งดอกฮิกันบานะสุดอลังการในญี่ปุ่น

แม้จะมีความหมายที่ชวนขนลุก แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความงดงามของทุ่งดอกฮิกันบานะนับล้านดอกที่เรียงรายกันเป็นพรมสีแดง เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่คุ้มค่าแก่การไปชมด้วยตาตัวเองสักครั้ง (ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือ กลางเดือนถึงปลายเดือนกันยายน)

  • สวนคินจะคุดะ (Kinchakuda Manjushage Park) - จังหวัดไซตามะ

นี่คือจุดชมดอกฮิกันบานะที่โด่งดังและยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น! เมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง คุณจะได้พบกับดอกฮิกันบานะกว่า 5 ล้านต้นที่บานสะพรั่งพร้อมกันจนพื้นดินเปลี่ยนเป็นพรมสีแดงฉานใต้ร่มไม้ใหญ่ บรรยากาศทั้งงดงาม ลึกลับ และมนต์ขลังในเวลาเดียวกัน มีเทศกาลจัดขึ้นทุกปีพร้อมร้านอาหารท้องถิ่นมากมาย

  • สวนกงเก็นโด (Satte Gongendo Sakura Tsutsumi) - จังหวัดไซตามะ

แม้ที่นี่จะโด่งดังเรื่องอุโมงค์ดอกซากุระในฤดูใบไม้ผลิ แต่ในฤดูใบไม้ร่วง เนินเขาแห่งนี้จะถูกแต่งแต้มไปด้วยดอกฮิกันบานะกว่า 3 ล้านต้น สีแดงสดของดอกไม้ตัดกับสีเขียวของต้นหญ้าและท้องฟ้าโปร่ง เป็นจุดถ่ายรูปที่สายแลนด์สเคปไม่ควรพลาด แถมบรรยากาศยังค่อนข้างชิลและเดินสบาย

✦ บทส่งท้าย

ดอกฮิกันบานะเป็นดอกไม้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งความสวยงามและความหมายที่ทำให้ต้องสยองในเวลาเดียวกัน หากคุณมีโอกาสไปเยือนญี่ปุ่นในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม อย่าลืมแวะไปชมความงามของดอกไม้แห่งโลกวิญญาณนี้ด้วยตาของคุณเอง แล้วคุณจะเข้าใจได้อย่างลึกซึ้งว่า ทำไมดอกไม้ที่เต็มไปด้วยพิษและความหมายอันแสนเศร้า ถึงกลายมาเป็นแรงบันดาลใจที่ไม่มีวันตายในหน้ากระดาษมังงะมาจนถึงทุกวันนี้

✦ อ้างอิง

Kinchakuda Red Spider Lily Park : https://kinchakuda.com/

Satte Gongendo Sakura Tsutsumi : https://www.satte-k.com/event/manjyusyage/