
สวัสดีครับ อีกสิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าหลายๆท่านน่าจะเคยได้ยิน ดู หรืออ่านกันมาแล้วบ้าง นั่นก็คือเรื่องชั่วโมงเร่งด่วนหรือ rush hour ของรถไฟญี่ปุ่นโดยเฉพาะในโตเกียวนั่นเองครับ แต่สำหรับท่านไหนที่ยังไม่เคยได้ยินมา ในวันนี้ผมจะพาทุกท่านไปรู้จักกับสิ่งนี้กันครับว่ามันคืออะไรกันแน่ เราไปเริ่มกันเลยครับ

อย่างที่ทุกท่านทราบกันดีว่าโตเกียวมีระบบรถไฟที่ค่อนข้างซับซ้อนและใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกครับ โดยมีทั้งรถไฟใต้ดิน รถไฟเอกชน และรถไฟ JR ที่เชื่อมต่อกันทั่วเมือง เช่น Tokyo Metro หรือ JR East rail network ซึ่งรวมกันแล้วมีผู้ใช้บริการหลายสิบล้านเที่ยวต่อวัน ทำให้ช่วงเวลาเร่งด่วนกลายเป็น ภาพที่โด่งดังและติดตาคนทั่วโลกไปเลยทีเดียว

ช่วงเช้าจะเป็นช่วงเวลาที่แออัดที่สุด โดยจะเริ่มประมาณ 07:00 น. เป็นต้นไปครับ และช่วงที่พีคที่สุดจะเป็นช่วง 07:30 - 09:00 น. แน่นอนครับว่าในช่วงนี้จะเป็นเวลาของพนักงานบริษัท นักเรียน นักศึกษา จะใช้รถไฟในการเดินทางจากชานเมืองเข้าสู่ย่านธุรกิจในเมือง เช่น Shinjuku, Shibuya, Tokyo (เขตสถานี Tokyo) นั่นเองครับ
ช่วงเย็นจะเป็นการเดินทางกลับบ้าน โดยจะเริ่มประมาณ 17:00 น. เป็นต้นไป และช่วงที่พีคที่สุดจะเป็นช่วง 18:00 - 19:30 น. โดยคนส่วนใหญ่จะเดินทางออกจากใจกลางเมืองไปยังจังหวัดรอบๆ เช่น Saitama, Chiba, Kanagawa ครับ

ญี่ปุ่นเองนั้นมีตัวชี้วัดความแออัดที่เรียกว่า Congestion Rate ครับ และด้านล่างนี้จะเป็นตัวอย่างระดับความแออัดโดยจะวัดจากความรู้สึกในการเคลื่อนไหวของร่างกายครับ
ในช่วงเช้ารถไฟในโตเกียวบางสายมีความแออัดถึง 170 - 199% ของความจุเลยทีเดียวครับ
ต่อไปจะเป็นตัวอย่างสายรถไฟที่แออัดค่อนข้างมากครับ จะมีดังนี้
บางช่วงของสาย Tozai เคยมีความแออัดเกือบ 200% ของความจุรถไฟเลยทีเดียวครับ ค่อนข้างแน่นเหมือน "ปลากระป๋อง" เลยทีเดียว
ต่อมาจะเป็นสิ่งที่หลายๆคนน่าจะเคยเห็นมาจากวีดิโอสั้นๆกันมาแล้วครับนั่นคือ เจ้าหน้าที่ที่เรียกว่า Oshiya (押し屋) หรือเจ้าหน้าที่ที่จะคอยดันคนเข้าไปในรถไฟนั่นเอง โดยจะอยู่ตามสถานีใหญ่ๆ เช่น Shinjuku Station หรือ Ikebukuro Station ครับ โดยหน้าที่หลักๆก็จะตามชื่อเลยครับคือ ช่วยดันผู้โดยสารเข้าไปในรถไฟ เพื่อให้ประตูปิดได้ครับ สิ่งนี้เคยเป็นสัญลักษณ์ของ rush hour ในญี่ปุ่นเลยทีเดียว

ในช่วง rush hour ผมคิดว่าทุกท่านอาจจะเจอสิ่งเหล่านี้ครับ อย่างแรกคือไม่มีที่นั่งที่แน่นอน เป็นสภาพที่ผู้โดยสารส่วนใหญ่ต้องยืน ถือว่าเป็นเรื่องปกติของช่วง rush hour ครับ ต่อมาคือแทบไม่มีพื้นที่ส่วนตัว เนื่องจากสภาพที่คนอัดกันแน่นบนรถไฟ บางครั้งแขนจะถูกกดจนติดกับลำตัวเลยทีเดียว หรืออาจจะพบเจอการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างยากลำบาก อย่างการที่จะลงสถานีในสถานีถัดไป อาจจะต้องเตรียมตัวก่อนล่วงหน้า สุดท้ายคือความเงียบบนรถไฟ ต้องบอกว่าแม้รถไฟจะแน่นมากขนาดไหน แต่บรรยากาศจะค่อนข้างเงียบเพราะคนไม่คุยโทรศัพท์ หลายคนดูมือถือ หรือบางคนอาจจะหลับครับ

สิ่งที่คนญี่ปุ่นมักจะทำในช่วง rush hour มีดังนี้ครับ
ถ้าสะพายกระเป๋าไว้ด้านหลังในช่ว ง rush hour อาจจะโดนมองว่าเสียมารยาทได้ครับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ค่อนข้างจะคล้ายกับไทยครับ
ในช่วง rush hour ตอนเช้า รถไฟบางขบวนจะมี Women-only car ครับเพื่อป้องกันปัญหาการลวนลาม (chikan) โดยปกติจะมีในช่วงเวลาประมาณ 07:00 - 09:30

แม้จะคนจะเยอะมาก แต่รถไฟญี่ปุ่นมีความถี่ของขบวนสูงมากครับ บางสายมีรถไฟทุก 2 - 3 นาที จึงทำให้ระบบยังคงรองรับกับจำนวนของผู้โดยสารที่เยอะได้นั่นเอง

จะเห็นได้เลยใช่ไหมครับว่าคนญี่ปุ่นนิยมใช้รถไฟกันเป็นการเดินทางหลักๆ ยิ่งช่วงเวลา rush hour ก็จะทวีคูณความหนาแน่นของการใช้กันเลยครับ สำหรับท่านไหนที่วางแผนว่าจะไปเที่ยวญี่ปุ่นโดยเฉพาะโตเกียว อ ย่างไรแล้วก็อย่าลืมดูช่วงเวลาที่จะออกไปท่องเทียวกันด้วยนะครับ ท่านอาจจะได้พบเจอประสบการณ์ rush hour ฉบับญี่ปุ่นก็ได้ครับ
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องใช้ระบบรถไฟในญี่ปุ่น โดยเฉพาะในเมืองใหญ่เช่นโตเกียว การมีอินเทอร์เน็ตใช้งานตลอดเวลาถือว่าสำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นการเช็กเส้นทางรถไฟ ดูเวลาขบวนถัดไป หรือค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ
บริการ NihonSIM เป็นซิมอินเทอร์เน็ตสำหรับนักท่องเที่ยวที่สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในญี่ปุ่นได้ทันที เพียงใส่ซิมก็ใช้งานได้เลย เหมาะสำหรับการใช้แอปแผนที่ เช่น Google Maps หรือแอปนำทางรถไฟต่าง ๆ ระหว่างเดินทางในเมือง
อีกทางเลือกหนึ่งคือ Skyberry Pocket WiFi ซึ่งเป็น Pocket WiFi สำหรับแชร์อินเทอร์เน็ตให้หลายอุปกรณ์พร้อมกัน เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเป็นกลุ่มหรือครอบครัว ช่วยให้สามารถเช็กเส้นทางรถไฟ ดูตารางเวลา หรือค้นหาข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวได้สะดวกตลอดทั้งวัน
เมื่อมีอินเทอร์เน็ตพร้อมใช้งาน ก็จะช่วยให้การเดินทางในเมืองใหญ่ที่มีระบบรถไฟซับซ้อนอย่างโตเกียวเป็นเรื่องง่ายขึ้นมาก
ชั่วโมงเร่งด่วนหรือ Rush Hour ของโตเกียว ถือเป็นหนึ่งในภาพจำที่โด่งดังที่สุดของระบบขนส่งสาธารณะญี่ปุ่น ด้วยจำนวนผู้โดยสารมหาศาลที่ต้องเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองทุกวัน โดยเฉพาะช่วงเช้าเวลาประมาณ 07:30 – 09:00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่รถไฟแน่นที่สุด
ในบางเส้นทาง เช่น Tokyo Metro Tozai Line ความแออัดของผู้โดยสารเคยสู งถึง 199% ของความจุรถไฟ ซึ่งเป็นระดับที่ผู้โดยสารต้องเบียดเสียดกันจนแทบขยับตัวไม่ได้เลยทีเดียว
แม้ว่าจะมีผู้โดยสารจำนวนมาก แต่ระบบรถไฟของญี่ปุ่นยังคงสามารถรองรับผู้คนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความถี่ของขบวนรถไฟที่สูง การจัดระเบียบผู้โดยสารอย่างเป็นระบบ และวัฒนธรรมการใช้ขนส่งสาธารณะอย่างมีมารยาท
สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปญี่ปุ่น หากมีโอกาสได้ใช้รถไฟในช่วง rush hour ก็อาจถือเป็นประสบการณ์หนึ่งที่ทำให้ได้สัมผัสวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นอย่างแท้จริง แต่หากต้องการเดินทางอย่างสบายขึ้น การหลีกเลี่ยงช่วงเวลาเร่งด่วนก็เป็นอีกทางเลือกที่ดีเช่นกัน