การขึ้นรถไฟในโตเกียวช่วงชั่วโมงเร่งด่วน (Tokyo Rush Hour)

สวัสดีครับ อีกสิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าหลายๆท่านน่าจะเคยได้ยิน ดู หรืออ่านกันมาแล้วบ้าง นั่นก็คือเรื่องชั่วโมงเร่งด่วนหรือ rush hour ของรถไฟญี่ปุ่นโดยเฉพาะในโตเกียวนั่นเองครับ แต่สำหรับท่านไหนที่ยังไม่เคยได้ยินมา ในวันนี้ผมจะพาทุกท่านไปรู้จักกับสิ่งนี้กันครับว่ามันคืออะไรกันแน่ เราไปเริ่มกันเลยครับ

✦ ภาพรวมของระบบรถไฟโตเกียว

อย่างที่ทุกท่านทราบกันดีว่าโตเกียวมีระบบรถไฟที่ค่อนข้างซับซ้อนและใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกครับ โดยมีทั้งรถไฟใต้ดิน รถไฟเอกชน และรถไฟ JR ที่เชื่อมต่อกันทั่วเมือง เช่น Tokyo Metro หรือ JR East rail network ซึ่งรวมกันแล้วมีผู้ใช้บริการหลายสิบล้านเที่ยวต่อวัน ทำให้ช่วงเวลาเร่งด่วนกลายเป็นภาพที่โด่งดังและติดตาคนทั่วโลกไปเลยทีเดียว

✦ ช่วงเวลา Rush Hour ในโตเกียว

ช่วงเช้า

ช่วงเช้าจะเป็นช่วงเวลาที่แออัดที่สุด โดยจะเริ่มประมาณ 07:00 น. เป็นต้นไปครับ และช่วงที่พีคที่สุดจะเป็นช่วง 07:30 - 09:00 น. แน่นอนครับว่าในช่วงนี้จะเป็นเวลาของพนักงานบริษัท นักเรียน นักศึกษา จะใช้รถไฟในการเดินทางจากชานเมืองเข้าสู่ย่านธุรกิจในเมือง เช่น Shinjuku, Shibuya, Tokyo (เขตสถานี Tokyo) นั่นเองครับ

ช่วงเย็น

ช่วงเย็นจะเป็นการเดินทางกลับบ้าน โดยจะเริ่มประมาณ 17:00 น. เป็นต้นไป และช่วงที่พีคที่สุดจะเป็นช่วง 18:00 - 19:30 น. โดยคนส่วนใหญ่จะเดินทางออกจากใจกลางเมืองไปยังจังหวัดรอบๆ เช่น Saitama, Chiba, Kanagawa ครับ

✦ ความแออัดของรถไฟ (Congestion Rate)

ญี่ปุ่นเองนั้นมีตัวชี้วัดความแออัดที่เรียกว่า Congestion Rate ครับ และด้านล่างนี้จะเป็นตัวอย่างระดับความแออัดโดยจะวัดจากความรู้สึกในการเคลื่อนไหวของร่างกายครับ

  • ความหนาแน่น 100% : ทุกคนยืนจับราวได้
  • ความหนาแน่น 150% : เริ่มเบียดกันเล็กน้อย
  • ความหนาแน่น 180% : ไหล่ชนกันแน่น
  • ความหนาแน่น 200% : ขยับตัวแทบไม่ได้

ในช่วงเช้ารถไฟในโตเกียวบางสายมีความแออัดถึง 170 - 199% ของความจุเลยทีเดียวครับ

✦ สายรถไฟที่ขึ้นชื่อว่าแน่นที่สุด

ต่อไปจะเป็นตัวอย่างสายรถไฟที่แออัดค่อนข้างมากครับ จะมีดังนี้

  • Tokyo Metro Tozai Line
  • JR Chuo Line
  • JR Saikyo Line
  • JR Yamanote Line

บางช่วงของสาย Tozai เคยมีความแออัดเกือบ 200% ของความจุรถไฟเลยทีเดียวครับ ค่อนข้างแน่นเหมือน "ปลากระป๋อง" เลยทีเดียว

✦ เจ้าหน้าที่ดันคน (Train Pushers)

ต่อมาจะเป็นสิ่งที่หลายๆคนน่าจะเคยเห็นมาจากวีดิโอสั้นๆกันมาแล้วครับนั่นคือ เจ้าหน้าที่ที่เรียกว่า Oshiya (押し屋) หรือเจ้าหน้าที่ที่จะคอยดันคนเข้าไปในรถไฟนั่นเอง โดยจะอยู่ตามสถานีใหญ่ๆ เช่น Shinjuku Station หรือ Ikebukuro Station ครับ โดยหน้าที่หลักๆก็จะตามชื่อเลยครับคือ ช่วยดันผู้โดยสารเข้าไปในรถไฟ เพื่อให้ประตูปิดได้ครับ สิ่งนี้เคยเป็นสัญลักษณ์ของ rush hour ในญี่ปุ่นเลยทีเดียว

✦ บรรยากาศภายในรถไฟ

ในช่วง rush hour ผมคิดว่าทุกท่านอาจจะเจอสิ่งเหล่านี้ครับ อย่างแรกคือไม่มีที่นั่งที่แน่นอน เป็นสภาพที่ผู้โดยสารส่วนใหญ่ต้องยืน ถือว่าเป็นเรื่องปกติของช่วง rush hour ครับ ต่อมาคือแทบไม่มีพื้นที่ส่วนตัว เนื่องจากสภาพที่คนอัดกันแน่นบนรถไฟ บางครั้งแขนจะถูกกดจนติดกับลำตัวเลยทีเดียว หรืออาจจะพบเจอการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างยากลำบาก อย่างการที่จะลงสถานีในสถานีถัดไป อาจจะต้องเตรียมตัวก่อนล่วงหน้า สุดท้ายคือความเงียบบนรถไฟ ต้องบอกว่าแม้รถไฟจะแน่นมากขนาดไหน แต่บรรยากาศจะค่อนข้างเงียบเพราะคนไม่คุยโทรศัพท์ หลายคนดูมือถือ หรือบางคนอาจจะหลับครับ

มารยาทบนรถไฟญี่ปุ่น

สิ่งที่คนญี่ปุ่นมักจะทำในช่วง rush hour มีดังนี้ครับ

  • สะพายกระเป๋าไว้ด้านหน้า
  • ไม่คุยโทรศัพท์
  • ยืนชิดกันเพื่อให้มีพื้นที่
  • ไม่กินอาหาร

ถ้าสะพายกระเป๋าไว้ด้านหลังในช่วง rush hour อาจจะโดนมองว่าเสียมารยาทได้ครับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ค่อนข้างจะคล้ายกับไทยครับ

รถไฟผู้หญิง (Women-only Car)

ในช่วง rush hour ตอนเช้า รถไฟบางขบวนจะมี Women-only car ครับเพื่อป้องกันปัญหาการลวนลาม (chikan) โดยปกติจะมีในช่วงเวลาประมาณ 07:00 - 09:30

ความถี่ของขบวนรถไฟ

แม้จะคนจะเยอะมาก แต่รถไฟญี่ปุ่นมีความถี่ของขบวนสูงมากครับ บางสายมีรถไฟทุก 2 - 3 นาที จึงทำให้ระบบยังคงรองรับกับจำนวนของผู้โดยสารที่เยอะได้นั่นเอง

จะเห็นได้เลยใช่ไหมครับว่าคนญี่ปุ่นนิยมใช้รถไฟกันเป็นการเดินทางหลักๆ ยิ่งช่วงเวลา rush hour ก็จะทวีคูณความหนาแน่นของการใช้กันเลยครับ สำหรับท่านไหนที่วางแผนว่าจะไปเที่ยวญี่ปุ่นโดยเฉพาะโตเกียว อย่างไรแล้วก็อย่าลืมดูช่วงเวลาที่จะออกไปท่องเทียวกันด้วยนะครับ ท่านอาจจะได้พบเจอประสบการณ์ rush hour ฉบับญี่ปุ่นก็ได้ครับ

การใช้อินเทอร์เน็ตระหว่างเดินทางในญี่ปุ่น

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องใช้ระบบรถไฟในญี่ปุ่น โดยเฉพาะในเมืองใหญ่เช่นโตเกียว การมีอินเทอร์เน็ตใช้งานตลอดเวลาถือว่าสำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นการเช็กเส้นทางรถไฟ ดูเวลาขบวนถัดไป หรือค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ

บริการ NihonSIM เป็นซิมอินเทอร์เน็ตสำหรับนักท่องเที่ยวที่สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในญี่ปุ่นได้ทันที เพียงใส่ซิมก็ใช้งานได้เลย เหมาะสำหรับการใช้แอปแผนที่ เช่น Google Maps หรือแอปนำทางรถไฟต่าง ๆ ระหว่างเดินทางในเมือง

อีกทางเลือกหนึ่งคือ Skyberry Pocket WiFi ซึ่งเป็น Pocket WiFi สำหรับแชร์อินเทอร์เน็ตให้หลายอุปกรณ์พร้อมกัน เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเป็นกลุ่มหรือครอบครัว ช่วยให้สามารถเช็กเส้นทางรถไฟ ดูตารางเวลา หรือค้นหาข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวได้สะดวกตลอดทั้งวัน

เมื่อมีอินเทอร์เน็ตพร้อมใช้งาน ก็จะช่วยให้การเดินทางในเมืองใหญ่ที่มีระบบรถไฟซับซ้อนอย่างโตเกียวเป็นเรื่องง่ายขึ้นมาก

✦ บทสรุป

ชั่วโมงเร่งด่วนหรือ Rush Hour ของโตเกียว ถือเป็นหนึ่งในภาพจำที่โด่งดังที่สุดของระบบขนส่งสาธารณะญี่ปุ่น ด้วยจำนวนผู้โดยสารมหาศาลที่ต้องเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองทุกวัน โดยเฉพาะช่วงเช้าเวลาประมาณ 07:30 – 09:00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่รถไฟแน่นที่สุด

ในบางเส้นทาง เช่น Tokyo Metro Tozai Line ความแออัดของผู้โดยสารเคยสูงถึง 199% ของความจุรถไฟ ซึ่งเป็นระดับที่ผู้โดยสารต้องเบียดเสียดกันจนแทบขยับตัวไม่ได้เลยทีเดียว

แม้ว่าจะมีผู้โดยสารจำนวนมาก แต่ระบบรถไฟของญี่ปุ่นยังคงสามารถรองรับผู้คนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความถี่ของขบวนรถไฟที่สูง การจัดระเบียบผู้โดยสารอย่างเป็นระบบ และวัฒนธรรมการใช้ขนส่งสาธารณะอย่างมีมารยาท

สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปญี่ปุ่น หากมีโอกาสได้ใช้รถไฟในช่วง rush hour ก็อาจถือเป็นประสบการณ์หนึ่งที่ทำให้ได้สัมผัสวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นอย่างแท้จริง แต่หากต้องการเดินทางอย่างสบายขึ้น การหลีกเลี่ยงช่วงเวลาเร่งด่วนก็เป็นอีกทางเลือกที่ดีเช่นกัน

✦ อ้างอิง