กระเป๋าหายที่ญี่ปุ่น แต่ทริปไม่พัง เพราะประกันการเดินทาง
เขียนเมื่อ 12/11/2568โดยRina 
สวัสดีค่ะวันนี้เรามาพูดกันถึงเรื่อง ประกันการเดินทาง กันซักหน่อย นะคะ นักท่องเที่ยวบางท่านอาจเคยประสบปัญหา เวลาเดินทางไปต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเที่ยวบินล่าช้า กระเป๋าล่าช้า/สูญหาย หรือเจ็บป่วยต้องเข้าโรงพยาบาลกันมาแล้วใช่มั้ยคะ เรามาดูว่าประกันการเดินทางนั้นสำคัญอย่างไรค่ะ
✦ ทำไมควรซื้อประกันการเดินทางก่อนออกเดินทาง

แม้จะไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องไม่ดีระหว่างเดินทาง แต่เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นได้เสมอ เช่น เที่ยวบินล่าช้า ทำให้เสียแผนเที่ยว กระเป๋าเดินทางหาย/มาถึงช้า เจ็บป่วยกะทันหันในต่างประเทศ ต้องเลื่อนหรือยกเลิกทริปเพราะเหตุฉุกเฉิน
การมีประกันการเดินทางจึงเป็น "ตัวช่วยสำรอง" ที่ทำให้เราสามารถจัดการกับปัญหาเหล่านี้ได้ โดยไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายมหาศาลทั้งหมดนั่นเองค่ะ
✦ ความคุ้มครองหลักที่ควรมีในประกันการเดินทาง

ค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศ
- ที่คุ้มครองกรณีเจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง
- บางแผนครอบคลุมการเคลื่อนย้าย ฉุกเฉินและค่ารักษาต่อเนื่องหลังกลับถึงไทย
เที่ยวบินล่าช้า / ยกเลิกเที่ยวบิน
- ชดเชยค่าใช้จ่ายระหว่างรอ เช่น ค่าอาหาร หรือที่พักชั่วคราว
- จำเป็นต้องมีเอกสารยืนยันจากสายการบินประกอบ
กระเป๋าเดินทางหาย / ล่าช้า / เสียหาย
- ชดเชยตามมูลค่าทรัพย์สินที่หาย หรือค่าใช้จ่ายในการซื้อของใช้จำเป็นระหว่างรอกระเป๋า
ยกเลิกหรือเลื่อนการเดินทาง
- คุ้มครองกรณีที่ต้องยกเลิกทริปด้วยเหตุสุดวิสัย เช่น ป่วยก่อนเดินทาง หรือเกิดภัยธรรมชาติ
ความคุ้มครองอื่น ๆ
- เอกสารสำคัญหาย เช่น พาสปอร์ต
- ความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก
- การเสียชีวิตหรือทุพพลภาพจากอุบัติเหตุ
✦ เคล็ดลับเลือกแผนประกันให้เหมาะกับการเดินทาง

1. ตรวจสอบประเทศปลายทาง เนื่องจากบางประเทศ เช่น ญี่ปุ่นหรือยุโรป ต้องใช้วงเงินค่ารักษาพยาบาลขั้นต่ำที่กำหนด (เช่น วีซ่าเชงเก้นต้องครอบคลุมไม่น้อยกว่า 30,000 ยูโร)
2. พิจารณาระยะเวลาการเดินทาง ควรซื้อให้ครอบคลุมตั้งแต่ออกเดินทางจากไทยจนถึงกลับถึงบ้าน
3. ตรวจสอบกิจกรรมระหว่างทริป หากมีกิจกรรมเสี่ยง เช่น สกี ดำน้ำ ปีนเขา ให้ดูว่าแผนประกันครอบคลุมหรือไม่
4. เช็กวงเงินคุ้มครองต่อเหตุการณ์ ไม่ใช่แค่ตัวเลขรวม แต่ควรดูรายละเอียดแยก เช่น ค่ารักษา กระเป๋าหาย ล่าช้า ฯลฯ
✦ เงื่อนไขส่วนใหญ่ของการเคลมเที่ยวบินล่าช้าที่ควรรู้

โดยทั่วไป ประกันการเดินทางจะคุ้มครองกรณีเที่ยวบินล่าช้าเกิน 4–6 ชั่วโมงข ึ้นไป (แล้วแต่บริษัท) ซึ่งจะมีการจ่ายค่าชดเชยเป็น 2 แบบหลักๆ
1. ค่าชดเชยรายชั่วโมง เช่น ล่าช้าเกิน 6 ชม. ชดเชย 2,000 บาท + ทุก ๆ 6 ชม. ถัดไปอีก 2,000 บาท
2. ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าอาหาร / เครื่องดื่ม / โรงแรม / ค่าเดินทางระหว่างรอเที่ยวบิน (ตามใบเสร็จจริง)
เอกสารที่ต้องใช้ในการเคลม ตอนเรียกร้องค่าชดเชย ควรเตรียมเอกสารไว้ดังนี้
- ใบรับรองจากสายการบิน (Flight Delay Certificate) สามารถขอได้ที่เคาน์เตอร์สายการบินตอนทราบว่าล่าช้า
- บัตรโดยสาร (Boarding Pass) และ E-ticket
- สำเนาพาสปอร์ต + ตราประทับขาเข้า/ออก (ถ้ามี)
- ใบเสร็จค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่าอาหาร, โรงแรม, แท็กซี่
- แบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหม (Claim Form) ของบริษัทประกัน
- เอกสารยืนยันจากประกัน (กรมธรรม์ หรือหมายเลขกรมธรรม์)
ขั้นตอนการเรียกร้องค่าสินไหม
- แจ้งบริษัทประกันทันที เมื่อทราบว่าเที่ยวบินล่าช้า (บางแห่งให้แจ้งภายใน 24 ชม.)
- ขอใบรับรองจากสายการบิน เพื่อยืนยันเหตุผลและระยะเวลาที่ล่าช้า
- เก็บใบเสร็จทุกอย่าง ที่ใช้จ่ายระหว่างรอ
- ส่งเอกสารทั้งหมดไปยังบริษัทประกัน (ทางออนไลน์หรือไปรษณีย์ก็ได้)
- รอผลอนุมัติและรับเงินชดเชย ภายใน ~15–30 วันทำการ
✦ ยกตัวอย่างวิธีที่ต้องทำถ้าเกิดเหตุกระเป๋าล่าช้า หรือสูญหาย

- ก่อนเดินทาง แนะนำให้ผู้เดินทางถ่ายรูปกระเป๋าของตัวเองเก็บไว้ค่ะ เพื่อป้องกันหากมีเหตุกระเป๋าหาย หรือล่าช้านั่นเองค่ะ
- เมื่อรู้ตัวว่ากระเป๋าล่าช้า/สูญหาย ให้ตั้งสติ และติดต่อที่เจ้าหน้าที่เค้าเตอร์บริการสายการบิน (ส่วนใหญ่มักตั้งอยู่ใกล้ๆก ับบริเวณสายพานรับกระเป๋า) หรือ เค้าเตอร์ Lost & Found ก็ได้เหมือนกันค่ะ
- เจ้าหน้าที่จะให้กรอกแบบฟอร์ม Property Irregularity report (PIR) ระบุรายละเอียดความเสียหาย เช่น กระเป๋าบุบ ล้อแตก ซิปเสีย พร้อมแนบข้อมูลการบินของเรา
- ถ่ายรูปเก็บหลักฐาน แนะนำให้ถ่ายรูปสภาพความเสียหายของกระเป๋า และใบ PIR ที่เจ้าหน้าที่ออกไว้ให้ เพื่อใช้ติดตามเคลม หรือยืนยันในภายหลัง
- วิธีการชดเชย ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับสายการบิน โดยอาจจะมีการเปลี่ยนกระเป๋าใหม่ให้ฟรี ส่งซ่อมให้ฟรี หรือชดเชยเป็นเงินสด หรือโอนเงินเข้าบัญชี
- ระยะเวลารอคอย บางสายการบินสามารถแก้ไขให้ทันที แต่บางสายการบินอาจจะต้องใช้เวลาดำเนินการ 1-4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับนโยบายของสายการบินค่ะ
แนะนำเพิ่มเติม สำหรับท่านไหนที่กระเป๋าเดินทางเกิดพัง แตกหักไม่สามารถใช้งานได ้แล้ว สามารถไปซื้อใบใหม่ได้ที่ดองกิ หรือหากใครพักย่าน Asakusa ชื่อร้านว่า Ginza Karen ค่ะ หรือหากท่านใด เกิดเหตุไม่คาดคิดตั้งแต่สุวรรณภูมิแล้วละก็จะมีร้านที่ให้บริการอยู่ค่ะ ชื่อร้านว่า Smilelugg ที่ชั้น G ค่ะ