

คำว่า 和 (วะ) หมายถึงความกลมกลืน ความสงบ และการอยู่ร่วมกันอย่างไม่ขัดแย้ง ต้องบอกว่าแนวคิดนี้ยังคงฝังรากลึกในสังคมญี่ปุ่นตั้งแต่ครอบครัว โรงเรียน ไปจนถึงที่ทำงานครับ และจากกรอบคิดนี้เอง การสื่อสารที่ดีคือการไม่ทำให้อีกฝ่ายอึดอัดหรือเสียหน้า ดังนั้นคนญี่ปุ่นจึงคิดกันว่าการพูดตรงเกินไปอาจจะเสี่ยงไปทำร้ายความรู้สึกของอีกฝ่าย การปฏิเสธชัดๆคือทำลายบรรยากาศ หรือการโต้แย้งต่อหน้ามักจะทำให้เกิดความขัดแย้งครับ และผลลัพธ์ที่ออกมานั้นคือการสื่อสารที่อ้อม สุภาพ และคลุมเครืออย่างตั้งใจ เพื่อรักษาความสัมพันธ์ในระยะยาวนั่นเองครับ

การเข้าใจคู่คำนี้คือกุญแจสำคัญในการที่จะเข้าใจความคิดความรู้สึกของคนญี่ปุ่นให้มากขึ้นครับ เริ่มจาก 本音 (ฮนเนะ) คือความคิดและความรู้สึกที่แท้จริง ที่มักจะไม่พูดออกมาตรงๆ โดยเฉพาะในที่สาธารณะหรือที่ทำงาน และ 建前 (ทาเตะมาเอะ) คือคำพูดที่เหมาะสมกับสถานการณ์ พูดเพื่อรักษามารยาทและบรรยากาศครับ เช่น ประโยคที่ฟังดูเป็นเชิงบวกอย่างประโยคที่ว่า "น่าสนใจนะครับ" ในหลายบริบทเองประโยคนี้อาจจะหมายถึง "ยังไม่เห็นด้วย แต่ไม่อยากปฏิเสธตรงๆ" ครับ

หลายๆคำถ้าแปลตามตัวอักษรอาจทำให้เข้าใจผิดได้ง่ายครับ ผมจะขออนุญาตยกตัวอย่างคำที่พบบ่อยๆมาให้ลองอ่านกันพร้อมบอกความหมายแฝงครับ
จะเห็นได้ว่าคนญี่ปุ่นมักหลีกเลี่ยงคำว่า "ไม่ได้" หรือ "ไม่เอา" โดยตรง เพราะจะถือว่าแรงเกินไปนั่นเองครับ

การสื่อสารของญี่ปุ่นคือ 30% คำพูด + 70% บริบทครับ สิ่งที่ควรสังเกตควบคู่กับคำพูด ได้แก่
หากคำพูดเป็นบวก แต่การตอบสั้น ไม่ขยายความ และไม่มีการลงมือทำต่อ นั่นอาจเป็นสัญญาณของการไม่เห็นด้วยนั่นเองครับ

ต้องบอกว่าการที่คนญี่ปุ่นเลือกที่จะไม่พูดตรงๆเพราะว่ามีหลากหลายเหตุผลครับ เช่น
หากเป็นในที่ทำงาน ถ้าหัวหน้าพูดว่า "ไอเดียนี้น่าสนใจนะ แต่ขอคิดดูก่อน" ความหมายที่เป็นไปได้คือ ยังไม่เห็นด้วยและอาจไม่อนุมัติในตอนนี้ หรือหากเป็นการชักชวนแบบส่วนตัว เมื่อชวนเพื่อนไปเที่ยวแล้วได้คำตอบว่า "ช่วงนี้อาจจะยุ่งนิดหน่อย" มักหมายถึงไม่สะดวกหรือไม่อยากไป แต่ไม่ต้องการปฏิเสธตรงๆนั่นเองครับ
ขั้นแรกอย่าคาดหวังคำตอบ Yes/No ในทันทีครับ ความเงียบหรือการเลี่ยงตอบคือคำตอบรูปแบบหนึ่ง ให้ลองถามแบบปลายเปิดครับ เช่น "มีส่วนไหนที่ควรปรับไหมครับ" ให้ดูที่การกระทำมากกว่าคำพูด หากไม่มีการเดินหน้าต่อ นั่นคือสัญญาณที่ชัดเจน และอย่าบีบให้ตอบตรงๆ จะทำให้อีกฝ่ายอึดอัดและปิดใจได้ครับ
การ "ไม่พูดตรงๆ" ของคนญี่ปุ่นไม่ใช่ความไม่จริงใจ แต่คือทักษะทางสังคมที่ถูกออกแบบมาเพื่อรักษาความสัมพันธ์และความกลมกลืนครับ เมื่อเข้าใจวัฒนธรรมนี้แล้ว ทุกท่านจะอ่านสัญญ าณได้ดีขึ้น ทำงานร่วมกันได้ราบรื่น และหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดที่เกิดจากการยึดติดกับคำพูดตรงตัวครับ ในสังคมญี่ปุ่นนั้นสิ่งที่ไม่ได้พูดออกมา มักจะสำคัญมากกว่าสิ่งที่พูดเสมอนั่นเองครับ
การเข้าใจความหมายแฝงของคนญี่ปุ่นอาจต้องใช้เวลาและประสบการณ์ แต่การติดต่อสื่อสารที่ลื่นไหลไม่มีสะดุดนั้นเริ่มต้นได้ทันทีครับ ไม่ว่าจะติดต่อธุรกิจหรือเดินทางท่องเที่ยว ให้ NihonSIM, NihonSIM Plus และ TRAVeSIM ช่วยให้คุณออนไลน์ได้ทุกที่ หรือเลือกใช้ Skyberry Pocket WiFi สำหรับการเชื่อมต่อแบบกลุ่มที่เสถียรที่สุด และสำหรับสายบันเทิงอย่าลืมแวะไปที่ DMM Point shop นะครับ ให้ทุกการเชื่อมต่อในญี่ปุ่นของคุณเป็นเรื่องง่าย เหมือนเข้าใจ 'ฮนเนะ' และ 'ทาเตะมาเอะ' ได้อย่างมืออาชีพครับ