เรื่องเล็กๆที่ทำให้ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เป็นระเบียบ
สวัสดีครับ วันนี้ผมจะขออนุญาตมาเล่าเรื่องที่ว่าทำไม่ญี่ปุ่นถึงเป็นประเทศที่เป็นระเบียบในสายตาของหลายๆท่านกันครับ ต้องบอกว่าแม้ญี่ปุ่นจะดูเป็นประเทศที่มีระบบใหญ่ๆที่ดีและก้าวไกล เช่น รถไฟทันสมัย เมืองสะอาด แต่ความเป็นระเบียบของเขาไม่ได้มาจาก "ระบบใหญ่" เพียงอย่างเดียวเท่านั้นครับ แต่มันเกิดขึ้นจากเรื่องเล็กๆหลายๆอย่างที่คนญี่ปุ่นทำจนเป็นนิสัยนั่นเองครับ ตั้งแต่เรื่องการจัดการขยะไปจนถึงการบริหารเวลาให้ตรงต่อเวลาอย่างมากนั่นเองครับ และในแต่ละเรื่องนั้นมีรายละเอียดอย่างไรกันบ้าง เราไปอ่านกันเลยดีกว่าครับ

✦ ระบบขยะที่ละเอียดจนกลายเป็นวินัยประจำบ้าน

ต้องบอกครับว่าญี่ปุ่นมีระบบแยกขยะที่ค่อนข้างละเอียดเป็นอันดับต้นๆของโลกครับ และสิ่งนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของการจัดการขยะ แต่เป็นภาพสะท้อนวัฒนธรรมความรับผิดชอบส่วนบุคคลอีกด้วยครับ

แยกขยะมากกว่า 3-5 ประเภท

ในบางเมือง เช่น โตเกียวหรือโอซาก้า อาจจะมี 4-5 ประเภท แต่เมืองเล็กๆบางแห่งมี 10-12 ประเภทขึ้นไปเลยทีเดียวครับ เช่น

  • ขยะเผาได้
  • ขยะเผาไม่ได้
  • พลาสติกเฉพาะที่รีไซเคิลได้
  • PET (ขวดน้ำ)
  • กระป๋อง/กระจก/โลหะ
  • เศษอาหาร
  • ขยะชิ้นใหญ่
  • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
  • ฯลฯ

วันทิ้งขยะแต่ละแบบ "ไม่เหมือนกัน"

นอกจากญี่ปุ่นจะมีการแยกขยะแล้ว ขยะแต่ละประเภทก็ยังมีวันทิ้งที่ไม่เหมือนกันด้วยครับ เช่น

  • วันจันทร์ : พลาสติก
  • วันอังคาร : เผาได้
  • วันพุธ : กระป๋องและขวด
  • เดือนละครั้ง : ขยะชิ้นใหญ่

ถ้าทิ้งผิดวัน รถเก็บขยะจะ "ไม่เก็บ" และเทศบาลอาจติดป้ายเตือนเจ้าของบ้านโดยไม่เอาขยะออกไปด้วยนั่นเองครับ

ทำไมระบบนี้ทำให้ญี่ปุ่นสะอาด?

เพราะคนญี่ปุ่นเองนั้นจะต้องทำตามสิ่งเหล่านี้ครับคือ เรียนรู้และจำกฎอย่างเคร่งครัด แยกขยะตั้งแต่ในบ้านอย่างถูกต้อง ล้างขวดและกระป๋องก่อนทิ้งทุกครั้ง และพกขยะกลับบ้านถ้าไม่เจอถังขยะ โดยสิ่งเหล่านี้นั้นจะสร้างวินัยส่วนตัวที่จะสะท้อนออกมาทั้งสังคม ทำให้สังคมสะอาดและน่าอยู่ครับ

การไม่มีถังขยะสาธารณะ : ทำไมจึงเวิร์ก?

หลังเหตุการณ์ก่อการร้ายในปี 1995 ทำให้ญี่ปุ่นทำการลดถังขยะลงเพื่อความปลอดภัยในที่สาธารณะครับ ทำให้ทุกคน "ต้องรับผิดชอบขยะของตัวเอง" โดยการพกขยะกลับไปทิ้งที่บ้านนั่นเอง แต่ผลลัพท์ที่ได้ก็คือเมืองสะอาดอย่างน่าทึ่ง แม้ว่าจะไม่มีถังขยะให้เห็นทั่วไปก็ตามครับ

✦ รถไฟญี่ปุ่นตรงเวลาที่สุดในโลก เพราะเหตุผลที่ลึกกว่าแค่ "วินัย"

รถไฟญี่ปุ่นมีชื่อเสียงเรื่องการที่ "ตรงเวลาแทบไร้ที่ติ" ครับ โดยเฉลี่ยคลาดเคลื่อนเพียงไม่กี่วินาทีต่อวัน สถานีหลายแห่งถึงขั้นออก "ใบขอโทษ" ถ้ารถไฟออกเร็วไปเพียง 20 วินาที เพราะคนที่รออาจจะพลาดขบวนที่วางแผนไว้ได้นั่นเองครับ

ทำไมรถไฟถึงตรงเวลาขนาดนี้?

● โครงสร้างระบบตารางเวลาที่แม่นยำ

ทุกขบวนมีเวลาจอดและออกที่คำนวณไว้เป็นวินาทีครับ แม้ช่วงเร่งด่วนที่คนมหาศาล ก็ยังคุมมาตรฐานได้

● เจ้าหน้าที่ทำงานเป็นระบบ

หน้าที่ถูกแบ่งละเอียด เช่น นายสถานีคอยโบกสัญญาณ เจ้าหน้าที่จัดคิวโดยจับเวลา หรือพนักงานอัดผู้โดยสาร (ช่วงเร่งด่วน) ให้เข้ารูปแบบปลอดภัยเร็วที่สุดนั่นเองครับ

● ผู้โดยสาร "ให้ความร่วมมือ"

คนญี่ปุ่นจะยืนเข้าคิวตามเส้นบนพื้น ไม่มีการดันเข้าหรือออก ขึ้นเร็วและลงด้วยความรวดเร็ว และไม่ยืนขวางประตูครับ โดยสิ่งเหล่านี้จะช่วยในการประหยัดเวลาได้ค่อนข้างมากเลยทีเดียวครับ

วัฒนธรรมการรักษากฎ 守る (まもる- Mamoru)

ความตรงเวลาไม่ใช่เพราะระบบอย่างเดียว แต่เกิดจากความคิดที่ว่า "กฎไม่ใช่เพื่อบังคับ แต่เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น" คนญี่ปุ่นจึงเคารพเวลาอย่างจริงจังครับ เช่น นัด 10:00 = ต้องมาถึง 9:55 หรือเริ่มงานหรือเรียนตรงเวลาวินาที หรือรถไฟออกตรง เพราะถ้าช้า 10 วินาทีก็ส่งผลเป็นลูกโซ่ได้นั่นเองครับ

● การออก "ใบขอโทษ" จากรถไฟ

ถ้ารถไฟออกเร็วไปไม่กี่วินาที พนักงานจะออกใบรับรอง 遅延証明書 (ちえんしょうめいしょ(chienshoumeisho)) ให้ผู้โดยสารไปอธิบายกับบริษัทหรือนายจ้างถึงเหตุผลที่ว่ามาสายครับ สิ่งนี้สะท้อนความละเอียดและความเคารพผู้ใช้บริการระดับสูงมากเลยทีเดียว

✦ ระบบเข้าคิวแบบอัตโนมัติในหัว

แม้ว่าจะไม่มีรั้ว ไม่มีเจ้าหน้าที่ ไม่มีป้ายใดๆก็ตาม คนญี่ปุ่นจะต่อแถวเองโดยอัตโนมัติครับ เช่น ตอนที่รอรถไฟ รอร้านอาหาร รอชำระเงิน รอห้องน้ำ หรือรอรถบัสกลางถนนก็ตามครับ สิ่งนี้จะลดความวุ่นวาย การทะเลาะ และทำให้สิ่งต่างๆราบรื่นนั่นเองครับ

✦ ความเกรงใจ 気遣い (きづかい (kizukai)) : สิ่งที่หล่อลื่นสังคมญี่ปุ่น

สิ่งนี้คือหัวใจสำคัญของญี่ปุ่นครับ ญี่ปุ่นมีวัฒนธรรมที่เรียกว่า 気遣い (きづかい (kizukai)) คือการ "คิดแทนผู้อื่น" ก่อนทำอะไรนั่นเอง เช่น การที่ไม่คุยเสียงดังเพราะจะรบกวนคนอื่น การที่ไม่โยนขยะเพราะเจ้าหน้าที่ต้องเหนื่อย การที่ไม่แซงคิวเพราะคนอื่นมารอก่อน หรือการที่รีบขึ้นหรือลงรถไฟเพราะทุกคนมีเวลาครับ เมื่อคนทุกคนใช้หลักการนี้ สังคมทั้งสังคมก็ "ไหลลื่น" ได้อย่างไร้การติดขัดครับ

✦ ความสะอาดแบบรับผิดชอบร่วมกัน

โรงเรียนญี่ปุ่นให้เด็กทำความสะอาดห้องเรียนตั้งแต่ประถมศึกษา โดยสิ่งนี้จะปลูกฝังเด็กๆเหล่านั้นว่า "ความสะอาดคือหน้าที่ของทุกคน ไม่ใช่ของแม่บ้าน" ครับ พอโตขึ้นมา คนเหล่านั้นจึงรักษาความสะอาดพื้นที่สาธารณะโดยธรรมชาติ สิ่งเล็กๆที่คนญี่ปุ่นทำจนเป็นนิสัย เช่น พกผ้าเช็ดมือ พกถุงขยะ ไม่ทิ้งขยะชิ้นเล็กๆลงบนพื้น หรือเช็ดโต๊ะอาหารหลังกินเสร็จแล้ว สิ่งเหล่านี้จะทำให้เมืองดูสะอาดโดยไม่ต้องมีเจ้าหน้าทำความสะอาดจำนวนมากนั่นเองครับ

✦ การออกแบบเมืองที่ช่วยให้คนมีวินัยง่ายขึ้น

ญี่ปุ่นได้วางผังเมืองและบริการสาธารณะให้ใช้แล้ว เป็นระเบียบโดยธรรมชาติครับ เช่น เส้นสีบนพื้นสำหรับเข้าคิว บันไดเลื่อนแบ่งซ้ายยืน-ขวาเดิน ป้ายชัดเจนทุกจุด สัญญาณไฟออกแบบให้เข้าใจง่าย หรือรถไฟที่มาจอดตรงตำแหน่งเดิมทุกประตู ระบบที่ดีเหล่านี้จะช่วยให้คนรักษาระเบียบได้ง่ายขึ้นและจะทำเองโดยธรรมชาติครับ

✦ บทส่งท้าย

จะเห็นได้เลยครับว่าญี่ปุ่นนั้นได้มองลึกถึงรากของคนในประเทศของเขาเรื่องการที่จะทำอย่างไรให้คนมีระเบียบโดยที่ให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด อาจจะโดยการปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก หรือการที่ออกแบบสิ่งต่างๆที่จะให้ทำให้คนเหล่านั้นดำเนินกิจกรรมต่างๆได้โดยไม่ต้องฝืนมากและธรรมชาติครับ และเราเองที่เป็นคนต่างชาติก็อาจจะต้องเรียนรู้สิ่งเหล่านี้หากจะต้องไปอยู่หรืออาจจะแค่ไปเที่ยวเพื่อที่จะได้ไม่โดนคนญี่ปุ่นว่าเอาได้ครับว่า เป็นคนที่ไม่มีระเบียบวินัย เพราะอย่างไรแล้วเราทุกอย่างต่างก็ไม่ชอบความวุ่นวายครับ ไม่ว่าจะสังคมไหนๆก็ตาม

ถ้ามีทริปไปเที่ยวญี่ปุ่น อยากไปสัมผัสกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นจริงๆ ขอแนะนำเน็ตซิมจากเครือข่ายที่ประเทศญี่ปุ่น Nihom sim อินเตอร์ความเร็วสูง 5G/4G ในปริมาณไม่จำกัด มีหลาบแพคแกจให้เลือกครอบคลุมทั้งทริประยะสั้นไปถึงระยะยาวครับ