

ต้องบอกครับ ว่าญี่ปุ่นมีระบบแยกขยะที่ค่อนข้างละเอียดเป็นอันดับต้นๆของโลกครับ และสิ่งนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของการจัดการขยะ แต่เป็นภาพสะท้อนวัฒนธรรมความรับผิดชอบส่วนบุคคลอีกด้วยครับ
ในบางเมือง เช่น โตเกียวหรือโอซาก้า อาจจะมี 4-5 ประเภท แต่เมืองเล็กๆบางแห่งมี 10-12 ประเภทขึ้นไปเลยทีเดียวครับ เช่น
นอกจากญี่ปุ่นจะมีการแยกขยะแล้ว ขยะแต่ละประเภทก็ยังมีวันทิ้งที่ไม่เหมือนกันด้วยครับ เช่น
ถ้าทิ้งผิดวัน รถเก็บขยะจะ "ไม่เก็บ" และเทศบาลอาจติดป้ายเตือนเจ้าของบ้านโดยไม่เอาขยะออกไปด้วยนั่นเองครับ

เพราะคนญี่ปุ่นเองนั้นจะต้องทำตามสิ่งเหล่านี้ครับคือ เรียนรู้และจำกฎอย่างเคร่งครัด แยกขยะตั้งแต่ในบ้านอย่างถูกต้อง ล้างขวดและกระป๋องก่อนทิ้งทุกครั้ง และพกขยะกลับบ้านถ้าไม่เจอถังขยะ โดยสิ่งเหล่านี้นั้นจะสร้างวินัยส่วนตัวที่จะสะท้อนออกมาทั้งสังคม ทำให้สังคมสะอาดและน่าอยู่ครับ
หลังเหตุการณ์ก่อการร้ายในปี 1995 ทำให้ญี่ปุ่นทำการลดถังขยะลงเพื่อความปลอดภัยในที่สาธารณะครับ ทำให้ทุกคน "ต้องรับผิดชอบขยะของตัวเอง" โดยการพก ขยะกลับไปทิ้งที่บ้านนั่นเอง แต่ผลลัพท์ที่ได้ก็คือเมืองสะอาดอย่างน่าทึ่ง แม้ว่าจะไม่มีถังขยะให้เห็นทั่วไปก็ตามครับ

รถไฟญี่ปุ่นมีชื่อเสียงเรื่องการที่ "ตรงเวลาแทบไร้ที่ติ" ครับ โดยเฉลี่ยคลาดเคลื่อนเพียงไม่กี่วินาทีต่อวัน สถานีหลายแห่งถึงขั้นออก "ใบขอโทษ" ถ้ารถไฟออกเร็วไปเพียง 20 วินาที เพราะคนที่รออาจจะพลาดขบวนที่วางแผนไว้ได้นั่นเองครับ

● โครงสร้างระบบตารางเวลาที่แม่นยำ
ทุกขบวนมีเวลาจอดและออกที่คำนวณไว้เป็นวินาทีครับ แม้ช่วงเร่งด่วนที่คนมหาศาล ก็ยังคุมมาตรฐานได้
● เจ ้าหน้าที่ทำงานเป็นระบบ
หน้าที่ถูกแบ่งละเอียด เช่น นายสถานีคอยโบกสัญญาณ เจ้าหน้าที่จัดคิวโดยจับเวลา หรือพนักงานอัดผู้โดยสาร (ช่วงเร่งด่วน) ให้เข้ารูปแบบปลอดภัยเร็วที่สุดนั่นเองครับ
● ผู้โดยสาร "ให้ความร่วมมือ"
คนญี่ปุ่นจะยืนเข้าคิวตามเส้นบนพื้น ไม่มีการดันเข้าหรือออก ขึ้นเร็วและลงด้วยความรวดเร็ว และไม่ยืนขวางประตูครับ โดยสิ่งเหล่านี้จะช่วยในการประหยัดเวลาได้ค่อนข้างมากเลยทีเดียวครับ

ความตรงเวลาไม่ใช่เพราะระบบอย่างเดียว แต่เกิดจากความคิดที่ว่า "กฎไม่ใช่เพื่อบังคับ แต่เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น" คนญี่ปุ่นจึงเคารพเวลาอย่างจริงจังครับ เช่น นัด 10:00 = ต้องมาถึง 9:55 หรือเริ่มงานหรือเรียนตรงเวลาวินาที หรือรถไฟออกตรง เพราะถ้าช้า 10 วินาทีก็ส่งผลเป็นลูกโซ่ได้นั่นเองครับ
● การออก "ใบขอโทษ" จากรถไฟ
ถ้ารถไฟออกเร็วไปไม่กี่วินาที พนักงานจะออกใบรับรอง 遅延証明書 (ちえんしょうめいしょ(chienshoumeisho)) ให้ผู้โดยสารไปอธิบายกับบริษัทหรือนายจ้างถึงเหตุผลที่ว่ามาสายครับ สิ่งนี้สะท้อนความละเอียดและความเคารพผู้ใช้บริการระดับสูงมากเลยทีเดียว

แม้ว่าจะไม่มีรั้ว ไม่มีเจ้าหน้าที่ ไม่มีป้ายใดๆก็ตาม คนญี่ปุ่นจะต่อแถวเองโดยอัตโนมัติครับ เช่น ตอนที่รอรถไฟ รอร้านอาหาร รอชำระเงิน รอห้องน้ำ หรือรอรถบัสกลางถนนก็ตามครับ สิ่งนี้จะลดความวุ่นวาย การทะเลาะ และทำให้สิ่งต่างๆราบรื่นนั่นเองครับ

สิ่งนี้คือหัวใจสำคัญของญี่ปุ่นครับ ญี่ปุ่นมีวัฒนธรรมที่เรียกว่า 気遣い (きづかい (kizukai)) คือการ "คิดแทนผู้อื่น" ก่อนทำอะไรนั่นเอง เช่น การที่ไม่คุยเสียงดังเพราะจะรบกวนคนอื่น การที่ไม่โยนขยะเพราะเจ้าหน้าที่ต้องเหนื่อย การที่ไม่แซงคิวเพราะคนอื่นมารอก่อน หรือการที่รีบขึ้นหรือลงรถไฟเพราะทุกคนมีเวลาครับ เมื่อคนทุกคนใช้หลักการนี้ สังคมทั้งสังคมก็ "ไหลลื่น" ได้อย่างไร้การติดขัดครับ

โรงเรียนญี่ปุ่นให้เด็กทำความสะอาดห้องเรียนตั้งแต่ประถมศึกษา โดยสิ่งนี้จะปลูกฝังเด็กๆเหล่านั้นว่า "ความสะอาดคือหน้าที่ของทุกคน ไม่ใช่ของแม่บ้าน" ครับ พอโต ขึ้นมา คนเหล่านั้นจึงรักษาความสะอาดพื้นที่สาธารณะโดยธรรมชาติ สิ่งเล็กๆที่คนญี่ปุ่นทำจนเป็นนิสัย เช่น พกผ้าเช็ดมือ พกถุงขยะ ไม่ทิ้งขยะชิ้นเล็กๆลงบนพื้น หรือเช็ดโต๊ะอาหารหลังกินเสร็จแล้ว สิ่งเหล่านี้จะทำให้เมืองดูสะอาดโดยไม่ต้องมีเจ้าหน้าทำความสะอาดจำนวนมากนั่นเองครับ

ญี่ปุ่นได้วางผังเมืองและบริการสาธารณะให้ใช้แล้ว เป็นระเบียบโดยธรรมชาติครับ เช่น เส้นสีบนพื้นสำหรับเข้าคิว บันไดเลื่อนแบ่งซ้ายยืน-ขวาเดิน ป้ายชัดเจนทุกจุด สัญญาณไฟออกแบบให้เข้าใจง่าย หรือรถไฟที่มาจอดตรงตำแหน่งเดิมทุกประตู ระบบที่ดีเหล่านี้จะช่วยให้คนรักษาระเบียบได้ง่ายขึ้นและจะทำเองโดยธรรมชาติครับ
จะเห็นได้เลยครับว่าญี่ปุ่นนั้นได้มองลึกถึงรากของคนในประเทศของเขาเรื่องการที่จะทำอย่างไรให้คนมีระเบียบโดยที่ให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด อาจจะโดยการปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก หรือการที่ออกแบบสิ่งต่างๆที่จะให้ทำให้คนเหล่านั้นดำเนินกิจกรรมต่างๆได้โดยไม่ต้องฝืนมากและธรรมชาติครับ และเราเองที่เป็นคนต่างชาติก็อาจจะต้องเรียนรู้สิ่งเหล่านี้หากจะต้องไปอยู่หรืออาจจะแค่ไปเที่ยวเพื่อที่จะได้ไม่โดนคนญี่ปุ่นว่าเอาได้ครับว่า เป็นคนที่ไม่มีระเบียบวินัย เพราะอย่างไรแล้วเราทุกอย่างต่างก็ไม่ชอบความวุ่นวายครับ ไม่ว่าจะสังคมไหนๆก็ตาม
ถ้ามีทริปไปเที่ยวญี่ปุ่น อยากไปสัมผัสกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นจริงๆ ขอแนะนำเน็ตซิมจากเครือข่ายที่ประเทศญี่ปุ่น Nihom sim อินเตอร์ความเร็วสูง 5G/4G ในปริมาณไม่จำกัด มีหลาบแพค แกจให้เลือกครอบคลุมทั้งทริประยะสั้นไปถึงระยะยาวครับ