
Credit : Canva
สายช้อปปิ้งออนไลน์มารวมกันทางนี้ เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงทราบกันว่าญี่ปุ่นนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่ไม่ค่อยเอื้ออำนวยต่อต่างชาติอย่างเรา ๆ เท่าไหร่ โดยเฉพาะสำหรับสายช้อปปิ้งออนไลน์ อย่างคนที่ชอบกดซื้อของจากญี่ปุ่นด้วยตัวเอง หลายคนคงจะเคยพบเจอปัญหาอย่าง "ไม่มีเบอร์ญี่ปุ่นไว้สมัครสมาชิกเว็บไซต์ที่มีขั้นตอนการโทรเพื่อยืนยันตัวตน" หรือ "เว็บช้อปปิ้งออนไลน์จ่ายด้วยบัตรเครดิตที่ออกในไทยไม่ได้" สำหรับใครที่เจอปัญหาเหล่านั้นรวมกันตรงนี้ได้เลย โดยในบล็อกนี้เราจะมาแนะนำวิธีที่ง่ายและใช้งานได้จริง แต่ขอบอกไว้ก่อนว่า วิธีที่จะแนะนำต่อไปนี้ เหมาะกับคนที่มีแพลนจะไปญี่ปุ่นเท่านั้นนะ เอาล่ะ ในเมื่อพร้อมกันแล้วเรามาดูวิธีการแก้ปัญหาในแต่ละจุดกันเลย
สำหรับการช้อปปิ้งในเว็บญี่ปุ่นนั้น แม้ว่าเว็บไซต์ส่วนใหญ่ที่เปิดเป็น Global จะสามารถสมัครสมาชิกได้โดยไม่ต้องมีเบอร์โทรญี่ปุ่น และสามารถชำระได้ด้วยบัตรเครดิตที่ไม่ได้ออกที่ญี่ปุ่นได้ก็ตาม แต่ก็ยังมีอีกหลายเว็บไซต์ที่จำเป็นต้องสมัครสมาชิกโดยใช้เบอร์โทรญี่ปุ่น และมีการโทรยืนยันในขั้นตอนการสมัคร อีกทั้งยังไม่สามารถใช้บัตรเครดิตที่ออกโดยประเทศอื่น ๆ ในการชำระเงินได้ ดังนั้นเราจึงจะมาแนะนำวิธีแก้ปัญหาเหล่านี้ให้ทุกท่านได้ทราบกัน
การจะผ่านด่านแรกของการเข้าวงการช้อปสินค้าในเว็บไซต์ต่าง ๆ ของญี่ปุ่นได้นั้น อย่างแรกเลยคือการมีเบอร์โทรญี่ปุ่นที่สามารถโทรออก-รับสาย และสามารถรับ SMS ได้ แต่การจะมีเบอร์โทรญี่ปุ่นนั้น สำหรับคนที่ยู่ไทยอย่างเรา ๆ ดูจะเป็นเรื่องยากเย็นเหลือเกิน เพราะการจะทำสัญญาเบอร์โทรศัพท์กับเครือข่ายในญี่ปุ่นนั้น นอกจะต้องไปทำที่ญี่ปุ่นแล้ว อาจจะจำเป็นต้องมีเอกสารและหลักฐานหลายอย่าง ซึ่งสำหรับคนที่เพียงแค่ชอบไปเที่ยวไปช้อปปิ้งที่ญี่ปุ่นบ่อย ๆ อย่างเรา ๆ คงไม่สามารถไปทำสัญญาเบอร์โทรศัพท์ที่ญี่ปุ่นได้
เห็นแบบนี้แล้ว เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงจะถอดใจตั้งแต่ยังไม่ได้สมัครสมาชิกเว็บไซต์ช้อปปิ้งแน่นอน แต่ช้าก่อน สำหรับปัญหาการมีเบอร์ญี่ปุ่นนั้นสามารถแก้ได้ง่าย ๆ เพราะตอนนี้มีบริการที่สามารถทำให้เราทำสัญญาเบอร์ญี่ปุ ่นได้ในประเทศไทยอย่างบริการ NihonSIM+ บริการที่คนไทยที่อยู่ไทยอย่างเราสามารถเปิดเบอร์โทรญี่ปุ่นได้แล้ว
อย่างที่กล่าวไปขั้นต้น หลาย ๆ คนคงจะยังไม่ทราบว่า ตอนนี้คนไทยอย่างเราสามารถทำสัญญาเบอร์โทรญี่ปุ่นในประเทศไทยได้แล้ว ซึ่งเป็นเบอร์โทรแบบรายเดือนที่สามารถใช้งานการโทรและรับ-ส่ง SMS ได้ ซึ่งเอกสารที่จำเป็นต้องใช้นั้นมีเพียงแค่ บัตรประชาชน พาสปอร์ต และบัตรเครดิต สำหรับชำระค่ารายเดือนเท่านั้น (ตัดบัตรเป็นสกุลเงินไทย ดังนั้นเพื่อน ๆ จึงไม่ต้องกังวลกับการถูกชาร์จค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงินอีกด้วย) โดยบริการนี้ มีชื่อว่า NihonSIM+ ซึ่งให้บริการโดยบริษัทญี่ปุ่นที่ทำธุรกิจโทรคมนาคมในไทยมายาวนานกว่า 15 ปี ซึ่งมีลูกค้าทั้งคนไทยและคนญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ทำให้มีความน่าเชื่อถือเป็นอย่างมาก

NihonSIM+ นั้นเป็นบริการสำหรับทำสัญญาเบอร์โทรญี่ปุ่นของเครือข่าย KDDI au แบบรายเดือนเริ่มต้นเพียงเดือนละ 499 บาทเพียงเท่านั้น และการทำสัญญารายเดือนนั้นจะมีค่าแรกเข้าตามที่ผู้ให้บริการกำหนด (สำหรับการทำสัญญาเบอร์โทรญี่ปุ่นนั้นจะมีการเรียกเก็บค่าแรกเข้าตามที่แต่ละเครือข่ายกำหนด คนไทยอย่างเรา ๆ ที่ไม่เคยเสียค่าแรกเข้าเวลาทำสัญญาเบอร์คงจะไม่คุ้นชินกับระบบแบบนี้ของญี่ปุ่นกันนัก)
โดยรายละเอียดแพ็คเกจที่มีให้เลือกใช้งานนั้นสามารถเข้าไปเช็คได้ที่ เว็บไซต์ของ NihonSIM+ ได้เลย

การทำสัญญานั้น จำเป็นต้องไปทำสัญญาที่ร้านของผู้ให้บริการเท่านั้น เพื่อเป็นการยืนยันตัวตนผู้ใช้งาน และเอกสารที่ต้องนำไปแสดงต้องเป็นเอกสารตัวจริงเท่านั้น
หากใครต้องการมีเบอร์ญี่ปุ่นก่อนจะบินไปเที่ยว สามารถติดต่อเข้าไปทำสัญญาได้เลย เปิดเบอร์ครั้งเดียวใช้งานได้ตลอดจนกว่าจะแจ้งยกเลิกได้เลย ทีนี้ก็สามารถมีเบอร์ญี่ปุ่นไว้สมัครเว็บไซต์ต่าง ๆ และมีเบอร์ไว้ใช้สำหรับโทรในญี่ปุ่นได้แล้ว
หากใครต้องการเข้าไปทำสัญญาเบอร์ สามารถติดต่อ และเข้าไปที่ ร้าน Berrymobile สาขากรุงเทพ ที่ซอยสุขุมวิท 39 ติดกับ BTS พร้อมพงษ์ ได้เลย

หลังจากมีเบอร์ญี่ปุ่นสำหรับใช้งานเรียบร้อย และมีแพลนเดินทางไปญี่ปุ่นเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือ การสมัครบัตรที่สามารถชำระค่าสินค้าในเว็บไซต์ของญี่ปุ่นที่ไม่สามารถใช้บัตรเครดิตไทยตัดจ่ายได้ โดยบริการที่จะมาแนะนำ คือ Bundle Card

Credit : https://vandle.jp/hello/app-description
バンドルカード (Bundle Card) คือ บริการบัตรเติมเงินแบบ Prepaid Visa จากประเทศญี่ปุ่น ที่ใช้งานผ่านแอปบนสมาร์ตโฟน ไม่จำเป็นต้องมีบัตรพลาสติกจริงก็สามารถงานใช้ได้ การใช้งานก็จะคล้าย ๆ กับการใช้ TrueMoney Mastercard ที่เชื่อมต่อกับ E-Wallet ของ TrueMoney Wallet โดยการสมัครใช้งานนั้นง่ายมาก มีขั้นตอนคร่าว ๆ ดังนี้

หลังจากสมัครสำเร็จแล้ว ในแอพก็จะแสดงข้อมูลบัตรของเราแบบนี้
การสมัครใช้งาน Bundle Card ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบเครดิต และไม่ต้องมีบัญชีธนาคารญี่ปุ่นก็สามารถสมัครใช้งานได้ แต่ทั้งนี้ ใน แอพนั้นเป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด ทำให้เวลาสมัครหากใครไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นอาจต้องใช้แอพแปลภาษาเข้าช่วย แต่รับรองว่าใช้เวลาสมัครไม่นานแน่นอน และในขั้นตอนการสมัครและผูกบัตรกับแอพที่ต้องการใช้ Bundle Card ในการชำระสินค้า ควรดำเนินการให้เสร็จในขณะที่อยู่ที่ญี่ปุ่น เพราะในบางครั้งอาจจะมี SMS OTP ส่งมายืนยันการผูกบัตรเพื่อชำระในครั้งแรกได้ แต่หลังจากใช้งานครั้งแรกสำเร็จแล้ว แม้จะอยู่ที่ไทยก็สามารถชำระสินค้าในเว็บของญี่ปุ่นที่ไม่สามารถตัดบัตรเครดิตไทยได้ทุกที่ทุกเวลาแล้ว
ที่นี่ก็พร้อมแล้วสำหรับการช้อปสินค้าจากเว็บไซต์ของญี่ปุ่น ไปญี่ปุ่นทั้งทีก็ต้องจัดเต็มให้ครบ เพื่อความสะดวกในการช้อปในภายหลัง เท่านี้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในประเทศไทยก็สามารถช้อปสินค้าจากเว็บญี่ปุ่นโดยไม่ติดปัญหาเรื่องการจ่ายเงินได้แล้ว