ของห้ามนำเข้าญี่ปุ่น 2569 มีอะไรบ้าง? เช็กอาหาร ยา และของต้องห้ามก่อนเดินทาง

กำลังเตรียมตัวแพ็กกระเป๋าไปเที่ยวญี่ปุ่นกันอยู่ใช่ไหม ? เพื่อไม่ให้ทริปในฝันต้องสะดุดตั้งแต่ก้าวแรกที่สนามบิน มาเช็กรายการ ของห้ามนำเข้าญี่ปุ่น ปี 2569 แบบเจาะลึกกันดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอาหาร เนื้อสัตว์ ผักผลไม้ ยาประจำตัว หรือของต้องห้ามทางกฎหมาย รู้ไว้ก่อนเดินทางจะได้เตรียมตัวถูก สำแดงเอกสารครบถ้วน และท่องเที่ยวได้อย่างสบายใจไร้กังวลค่ะ!

Contents

✦ สรุปของห้ามนำเข้าญี่ปุ่นแบบเข้าใจง่าย (Overview)

ประเทศญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวดของด่านตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรอย่างมาก โดยเฉพาะด่านกักกันพืชและสัตว์ (Animal and Plant Quarantine) เพื่อป้องกันโรคติดต่อร้ายแรง ศุลกากรญี่ปุ่นจึงมีมาตรการตรวจสอบกระเป๋าเดินทางอย่างจริงจัง

หากสรุปภาพรวม สิ่งของที่คนไทยมักจะเผลอพกติดกระเป๋าไปแล้วโดนยึดหรือสุ่มเสี่ยงต่อการผิดกฎหมาย ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ทุกชนิด ยาแก้หวัดบางประเภทที่มีสารกระตุ้น ผักผลไม้สด และของก๊อปปี้/สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์

เพื่อความชัดเจน ลองดูตารางเปรียบเทียบประเภทสิ่งของเบื้องต้นกันเลย

หมวดหมู่สิ่งของ ของห้ามนำเข้าเด็ดขาด (Prohibited) ของจำกัดการนำเข้า (Restricted / ต้องสำแดง) อาหาร & ผลิตภัณฑ์สัตว์ เนื้อหมู, เนื้อวัว, ไก่, หมูหยอง, ไส้กรอก, แคบหมู, กุนเชียง (ที่ไม่มีใบรับรองทางการ) อาหารทะเลแปรรูป (ไม่มีเนื้อสัตว์อื่นผสม), ชีส/นม (ไม่เกิน 10 กิโลกรัม) ผัก ผลไม้ & พืช ผลไม้สดเกือบทุกชนิด (มะม่วง, มังคุด, ทุเรียน), ดิน, พืชที่มีศัตรูพืชติดมา พืชแห้งบางชนิด, เมล็ดพันธุ์ (ต้องผ่านด่านตรวจพืชและมีใบรับรอง) ยา & เวชภัณฑ์ ยามีสาร Pseudoephedrine (เช่น Sudafed), ยาลดน้ำมูกบางชนิด, ยาเสพติด/สารระเหย ยาประจำตัว (พกได้ไม่เกิน 1 เดือน), ยาสามัญทั่วไป (ไม่เกิน 2 เดือน) ของใช้อื่นๆ สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์, สินค้าปลอมแบรนด์เนม, อาวุธ, สิ่งของอนาจาร เงินสด/เช็คเดินทาง (มูลค่ารวมเกิน 1,000,000 เยน ต้องสำแดง)

✦ ความแตกต่างระหว่าง "ของห้ามนำเข้า" (Prohibited) และ "ของจำกัดการนำเข้า" (Restricted)

หลายคนอาจจะสงสัยว่า ของสองประเภทนี้ต่างกันอย่างไร? ก่อนแพ็กกระเป๋าเราต้องแยกให้ออก

  • ของห้ามนำเข้าเด็ดขาด (Prohibited Items): คือสิ่งของที่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ ไม่สามารถ นำเข้าประเทศญี่ปุ่นได้เลย หากฝ่าฝืนนำเข้ามาจะถูกยึดทันที และมีความเสี่ยงถูกดำเนินคดี ปรับเงินจำนวนมาก หรือถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศ เช่น ยาเสพติด อาวุธปืน/สิ่งเทียมอาวุธ สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ยาแก้หวัดสูตรที่มีสารต้องห้าม และเนื้อสัตว์แปรรูปที่ไม่มีใบรับรองกักกันโรคทางการ

  • ของจำกัดการนำเข้า (Restricted Items): คือสิ่งของที่สามารถนำเข้าได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้ เงื่อนไข ปริมาณ หรือต้องผ่านการสำแดง (Declare) ต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรหรือด่านกักกันก่อน เช่น ยาประจำตัวที่ต้องใช้ระหว่างเดินทาง (ตามจำนวนวัน/เดือนที่กำหนด) เงินสดจำนวนมาก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ หรือผลิตภัณฑ์นมบางประเภท

✦ กลุ่มอาหารและผลิตภัณฑ์การเกษตรที่ห้าม/จำกัดนำเข้าญี่ปุ่น

เรื่องอาหารการกินถือเป็นปัญหาอันดับหนึ่งที่นักท่องเที่ยวไทยโดนกักของที่สนามบินญี่ปุ่น เพราะบ้านเราชอบพกเสบียงติดตัวไป แต่กฎหมายการเกษตรของญี่ปุ่นเข้มงวดมากๆ เพื่อป้องกันโรควัวบ้า โรคอหิวาต์แอฟริกาในหมู (ASF) และไข้หวัดนก

เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์แปรรูป (หมูหยอง ไส้กรอก กุนเชียง แคบหมู หมูยอ)

กฎทองคือ: ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ทุกชนิด (หมู, วัว, ไก่, เป็ด, นก ฯลฯ) ห้ามนำเข้าเด็ดขาด!
ไม่ว่าเนื้อสัตว์นั้นจะอยู่ในรูปแบบใดก็ตาม:

  • สด, แช่แข็ง, ต้มสุก, อบแห้ง

  • แปรรูปเป็น หมูหยอง, หมูแผ่น, ไส้กรอก, กุนเชียง, แคบหมู, หมูยอ, แหนม, เบคอน, กุนเชียง, เนื้อแดดเดียว

  • บรรจุในถุงซีลสุญญากาศ หรือบรรจุภัณฑ์มิดชิดจากโรงงานก็ ไม่ได้

หากต้องการนำเข้าอย่างถูกต้อง จะต้องมีใบรับรองการตรวจกักกันโรค (Inspection Certificate) จากรัฐบาลประเทศต้นทาง ซึ่งสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปตามซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านฝากซื้อไม่มีใบรับรองนี้ ดังนั้นถือว่า ห้ามนำเข้า 100%

ผัก ผลไม้ สด/แห้ง พืช และเมล็ดพันธุ์

ด่านตรวจพืช (Plant Protection Station) ของญี่ปุ่นเข้มงวดไม่แพ้กัน

  • ผลไม้สด: ผลไม้สดจากประเทศไทยเกือบทุกชนิด เช่น มะม่วง, มังคุด, ทุเรียน, เงาะ, ส้ม, ชมพู่ ห้ามนำเข้าเด็ดขาด เนื่องจากหวั่นเกรงแมลงศัตรูพืช เช่น แมลงวันทอง

  • ผักสดและพืช: พืชสด ดิน เมล็ดพันธุ์ ต้นไม้ ห้ามนำเข้าโดยไม่มีใบรับรองสุขอนามัยพืช (Phytosanitary Certificate)

  • ผลไม้แปรรูป/ผลไม้แห้ง: ผลไม้กวน ผลไม้แช่อิ่ม หรือผลไม้อบแห้งที่ผ่านกระบวนการความร้อนและแปรรูปสมบูรณ์ (ไม่มีเมล็ดและไม่มีความเสี่ยงเรื่องแมลง) ส่วนใหญ่สามารถนำเข้าได้ แต่แนะนำให้เลือกบรรจุภัณฑ์ปิดสนิทจากโรงงาน

อาหารสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง และเครื่องปรุง (มาม่า น้ำพริก ปลากระป๋อง ซอส)

  • ก๋วยเตี๋ยวกึ่งสำเร็จรูป (มาม่า): ต้องเช็กส่วนผสมให้ดี! หากเป็นรสหมูสับ รสเนื้อ หรือรสที่ มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์/ผงซุปเนื้อสัตว์ จะสุ่มเสี่ยงโดนยึด แต่หากเป็นรสอาหารทะเล (ต้มยำกุ้ง) ที่ไม่มีส่วนประกอบของเนื้อหมู/เนื้อวัว/เนื้อไก่ มักจะผ่านได้

  • น้ำพริก: น้ำพริกตาแดง น้ำพริกนรก หรือน้ำพริกปลาร้า หากไม่มีส่วนผสมของหมูหยอง กากหมู หรือเนื้อสัตว์สุก/ดิบ สามารถนำเข้าได้ แต่ต้องแพ็กในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดมิดชิด ไม่มีกลิ่นรบกวน (แนะนำให้โหลดใต้ท้องเครื่อง)

  • ปลากระป๋อง / อาหารทะเลแปรรูป: ผลิตภัณฑ์จากสัตว์น้ำ (ปลา, กุ้ง, หมึก) ที่ผ่านกรรมวิธีปลากระป๋องหรือตากแห้ง สามารถนำเข้าได้

✦ กลุ่มยา เวชภัณฑ์ และอาหารเสริมที่ต้องระวัง

ญี่ปุ่นมีกฎหมายควบคุมยาและสารติดฤทธิ์ต่อจิตประสาทที่เคร่งครัด ยาบางตัวหาซื้อได้ตามร้านขายยาในไทยหรือต่างประเทศ แต่อาจเป็น สารต้องห้าม ในญี่ปุ่น

ยาสามัญและยาแก้หวัดที่มีสารต้องห้าม (เช่น Pseudoephedrine)

ยาแก้หวัด ยาลดน้ำมูก หรือยาแก้ไอหลายยี่ห้อในไทย มีส่วนผสมของ Pseudoephedrine (ซูโดอีเฟดรีน) หรือ Codeine (โคเดอีน) ซึ่งกฎหมายญี่ปุ่นจัดว่าเข้าข่ายวัตถุฤทธิ์คล้ายสารกระตุ้น (Stimulant Ingredients)

  • ตัวอย่างยาต้องห้าม: ยาแก้หวัดสูตรผสมซูโดอีเฟดรีน (เช่น Sudafed, Actifed), ยาดม Vicks Inhaler บางรุ่น (ที่มีส่วนผสมของ Levmetamfetamine)

  • คำแนะนำ: หากมีอาการป่วย แนะนำให้ซื้อยาแก้หวัดหรือยาบรรเทาอาการของญี่ปุ่นตามร้านขายยา (Drugstore) ในพื้นที่ใช้งานแทน หรือพกเป็นยาพาราเซตามอลสูตรเดี่ยวไปแทน

การพกยาโรคประจำตัว ปริมาณที่อนุญาต และเอกสารใบรับรองแพทย์

หากจำเป็นต้องพกยาโรคประจำตัวไปทานระหว่างเที่ยวญี่ปุ่น ให้ปฏิบัติตามเกณฑ์ดังนี้

  1. ยาสามัญทั่วไป / ยาเคาน์เตอร์ (OTC): อนุญาตให้พกเข้าประเทศได้ในปริมาณ ไม่เกินการใช้งาน 2 เดือน

  2. ยาตามใบสั่งแพทย์ (Prescription Drugs): อนุญาตให้พกเข้าประเทศได้ในปริมาณ ไม่เกินการใช้งาน 1 เดือน โดยต้องเก็บยาไว้ในบรรจุภัณฑ์เดิมที่มีฉลากชื่อยาชัดเจน และควรเตรียม ใบรับรองแพทย์เป็นภาษาอังกฤษ ที่ระบุชื่อ-นามสกุลโรค และชื่อตัวยาอย่างชัดเจนติดตัวไว้เสมอ

  3. กรณีต้องใช้ยาเกิน 1 เดือน หรือเป็นยากลุ่มควบคุม: จะต้องทำเรื่องยื่นขอใบอนุญาตนำเข้ายาพิเศษล่วงหน้าที่เรียกว่า "Yunyu Kakunin-sho" (輸入確認書) จากกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่น (MHLW) ก่อนออกเดินทางอย่างน้อย 3-4 สัปดาห์

✦ สิ่งของประเภทอื่นที่ห้ามนำเข้าและข้อกำหนดศุลกากร (เงินสด, สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์, อาวุธ)

นอกจากอาหารและยาแล้ว ยังมีข้อกำหนดศุลกากรด้านอื่นๆ ที่ต้องระมัดระวัง

  • เงินสดและทรัพย์สินมีค่า: สามารถนำเงินสด (เยน หรือสกุลเงินอื่น) ตั๋วเงิน หรือตราสารหนี้ เข้าประเทศญี่ปุ่นได้ แต่หากมีมูลค่ารวม เกิน 1,000,000 เยน (ประมาณ 1 ล้านเยน) จะต้องลงรายการและสำแดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่ช่องแดง

  • สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และของปลอม: กระเป๋าแบรนด์เนมปลอม เสื้อผ้าก๊อปปี้ หรือซีดี/ดีวีดีเถื่อน หากเจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจพบ จะถูกริบของทันทีแม้ว่าจะพกมาเพื่อใช้งานส่วนตัวก็ตาม เนื่องจากเป็นการทำลายระบบเศรษฐกิจและผิดกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของญี่ปุ่นอย่างร้ายแรง

  • อาวุธ สิ่งเทียมอาวุธ และวัตถุระเบิด: ปืน มีดพับที่มีความยาวใบมีดเกินกำหนด สนับมือ สนับยาง ไฟฉายช็อตไฟฟ้า หรือแม้แต่สิ่งเทียมอาวุธ (เช่น ปืนบีบีกัน) รวมถึงพลุไฟ ละอองสเปรย์ก๊าซบางชนิด ห้ามนำเข้าโดยเด็ดขาด

✦ ขั้นตอนการสำแดงของผ่าน Visit Japan Web / ใบศุลกากร และบทลงโทษหากลักลอบนำเข้า

การผ่านด่านศุลกากรญี่ปุ่นในปัจจุบันทำได้สะดวกรวดเร็วมาก โดยระบบจะแบ่งขั้นตอนการตรวจและสำแดงออกเป็น 2 ช่องทางหลัก:

  1. การกรอกข้อมูลออนไลน์ผ่าน Visit Japan Web: แนะนำให้กรอกข้อมูลล่วงหน้าก่อนบิน 1-2 วัน ในส่วนของ "การแจ้งศุลกากร" (Customs Declaration) ระบบจะมีคำถามเช็กลิสต์ว่าคุณมีของต้องห้าม ของจำกัด หรือของเกินโควตา duty-free หรือไม่ เมื่อกรอกเสร็จจะได้ QR Code มาใช้สแกนที่ตู้ศุลกากรอัตโนมัติที่สนามบิน

  2. การกรอกเอกสารกระดาษ (Customs Declaration Form): หากไม่ได้ทำออนไลน์ สามารถขอแบบฟอร์มกระดาษสีเหลืองจากแอร์โฮสเตสบนเครื่องบินหรือรับที่บริเวณด่านศุลกากรเพื่อกรอกได้เช่นกัน

ข้อควรระวังเรื่องด่านกักกัน: หากคุณมีอาหาร ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ หรือพืชที่ต้องการตรวจสอบ ให้เดินเข้า ช่องแดง (Goods to Declare) หรือไปที่เคาน์เตอร์กักกันสัตว์/พืชก่อนเดินผ่านด่านศุลกากร ห้ามเดินเข้าช่องเขียวเด็ดขาด!

บทลงโทษหากลักลอบนำเข้า

อย่าเสี่ยงแอบซ่อนของต้องห้ามไว้ในกระเป๋าเดินทางเด็ดขาด สนามบินในญี่ปุ่นมีสุนัขตำรวจ (Quarantine Beagles) คอยดมกลิ่นกระเป๋าเดินทางทุกใบ หากลักลอบนำเข้าผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์หรือพืชต้องห้าม จะมีโทษปรับสูงสุดถึง 3,000,000 เยน (หรือสูงสุด 50,000,000 เยนสำหรับนิติบุคคล) หรือจำคุกสูงสุด 3 ปี ตามกฎหมายควบคุมโรคติดต่อในสัตว์และพืชของญี่ปุ่น [กรุณาตรวจสอบข้อมูลกฎหมายศุลกากรล่าสุด]

✦ คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับของห้ามนำเข้าญี่ปุ่น

Q1: มาม่า/น้ำพริก/หมูหยอง/ปลากระป๋อง เอาเข้าญี่ปุ่นได้ไหม?

ตอบ: หมูหยอง ห้ามเข้า 100% ส่วนมาม่าและน้ำพริก ต้องเช็กส่วนผสมหากมีเนื้อหมู วัว ไก่ แปรรูปหรือผงซุปเนื้อสัตว์จะนำเข้าไม่ได้ แต่ถ้าเป็นรสอาหารทะเล/ต้มยำกุ้งที่ไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์สุก/ดิบ และปลากระป๋อง สามารถนำเข้าได้

Q2: อาหารซีลสุญญากาศ เอาเข้าญี่ปุ่นได้ไหม?

ตอบ: ไม่ได้ค่ะ การซีลสุญญากาศ หรือถุงลามิเนตจากโรงงาน ไม่ได้ช่วยให้ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ผ่านด่านได้ หากเป็นเนื้อสัตว์แปรรูปยังคงต้องมีใบรับรองการกักกันโรคทางการจากประเทศต้นทางเท่านั้นครับ

Q3: พกเงินสดเข้าญี่ปุ่นได้เท่าไหร่โดยไม่ต้องสำแดง?

ตอบ: สามารถพกเงินสด สกุลเงินต่างประเทศ หรือเช็คเดินทาง รวมกันได้ ไม่เกิน 1,000,000 เยน (ต่อคน) หากพกเกินกว่าจำนวนนี้ จะต้องแจ้งสำแดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ ช่องแดงตอน arrival

Q4: พกยาแก้หวัด ยาแก้ปวด ไปเที่ยวญี่ปุ่นได้กี่วัน?

ตอบ: ยาสามัญประจำบ้านทั่วไป (เช่น พาราเซตามอล) พกได้ไม่เกินปริมาณสำหรับทาน 2 เดือน ส่วนยาตามใบสั่งแพทย์พกได้ไม่เกิน 1 เดือน และยาต้องไม่มีส่วนผสมของสารต้องห้าม เช่น Pseudoephedrine

Q5: ซื้อผลไม้สดไว้กินบนเครื่องบิน แต่กินไม่หมด ถือลงไปทิ้งที่สนามบินญี่ปุ่นได้ไหม?

ตอบ: หากถือลงจากเครื่องบินมาแล้ว ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่กักกันพืชทันที ก่อนผ่านด่าน immigration/customs เพื่อนำไปทิ้งในถังขยะกักกันพิเศษ ห้ามเดินถือเข้าด่านศุลกากรเด็ดขาด เพราะอาจถูกมองว่าพยายามลักลอบนำเข้า

✦ สรุปเช็กลิสต์ก่อนออกเดินทาง + CTA (เตรียมพร้อมเรื่องเน็ตเดินทางญี่ปุ่นด้วย TRAVeSIM / NihonSIM)

เพื่อความชัวร์ก่อนรูดซิปกระเป๋าเดินทาง ลองเช็กลิสต์ 4 ข้อนี้อีกครั้ง

  1. ไม่มี เนื้อสัตว์แปรรูป หมูหยอง ไส้กรอก แคบหมู

  2. ไม่มี ผลไม้สด ผักสด เมล็ดพันธุ์ พืช

  3. ไม่มี ยาแก้หวัดสูตร Pseudoephedrine หรือยาติดสารกระตุ้น

  4. ✅ ยาประจำตัวเก็บในกล่องเดิม + พร้อมใบรับรองแพทย์ภาษาอังกฤษ (กรณีจำเป็น)

พร้อมลุยแล้วใช่ไหม? เตรียมเน็ตญี่ปุ่นให้พร้อมกับ TRAVeSIM & NihonSIM

พกความมั่นใจเต็มร้อย แล้วอย่าลืมเตรียมเรื่องสำคัญที่สุดอีกอย่าง นั่นคือ "อินเทอร์เน็ตสำหรับเดินทาง" เพราะระหว่างผ่านด่านศุลกากร คุณต้องเปิดสแกน Visit Japan Web QR Code รวมถึงต้องใช้เน็ตเช็กข้อมูลส่วนผสม แปลภาษา หรือค้นหาเส้นทางเดินทาง รถไฟ และโรงแรมตลอดทริป

เตรียมเน็ตให้พร้อมตั้งแต่ก่อนออกจากประเทศไทยด้วย eSIM จาก BerryMobile สะดวก ไม่ต้องถอดซิมเดิม ไม่ต้องรอรับของ สแกน QR Code แล้วใช้งานได้ทันทีเมื่อถึงญี่ปุ่น!

  • NihonSIM (eSIM สำหรับเที่ยวญี่ปุ่นโดยเฉพาะ):
    • เน็ตความเร็วสูงสุดไม่อั้น Unlimited แท้ บนเครือข่ายพรีเมียม au (5G NSA / 4G LTE)
    • ปล่อย Hotspot แชร์เน็ตได้สบายๆ
    • มีแพ็กเกจให้เลือกตามจำนวนวันเดินทาง เช่น 4 วัน (499 บาท), 7 วัน (749 บาท), 10 วัน (999 บาท) [กรุณาอัปเดตราคา/แพ็กเกจ TRAVeSIM และ NihonSIM ล่าสุด — รอใส่ลิงก์]
    • เหมาะกับ: คนที่เดินทางเที่ยวญี่ปุ่นล้วนๆ อยากได้เน็ตแรงสะใจ ไม่ต้องกลัวเน็ตหมด

  • TRAVeSIM (eSIM เที่ยวญี่ปุ่น & ทั่วโลก):
    • สมัครเสร็จรับ QR Code ทางอีเมลทันที สแกนติดตั้งได้เลย
    • ซิมหลักยังคงรับสายและรับ SMS OTP จากไทยได้ตามปกติ
    • มีทีมงานดูแลภาษาไทยตลอด 24 ชั่วโมง (ทาง LINE)
    • เหมาะกับ: คนที่เดินทางหลายประเทศ ทรานสิท หรือเน้นใช้อินเทอร์เน็ตทั่วไปแบบคุ้มค่า

จัดกระเป๋าให้พร้อม เช็กของห้ามนำเข้าให้ดี แล้วกดรับ eSIM ไปลุยเที่ยวญี่ปุ่นให้ฟินตลอดทริปกันเลย

✦ อ้างอิง (References)