เอาตัวรอดอย่างไร เมื่อเกิดอุบัติเหตุ และการเข้าใช้บริการโรงพยาบาลในญี่ปุ่น

อุบัติเหตุเกิดได้ทุกเมื่อ แม้ในประเทศที่ปลอดภัยที่สุด ญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัยและความเป็นระเบียบ แต่อุบัติเหตุ ไม่เคยเลือกเวลาและสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นการลื่นล้มอุบัติเหตุทางรถยนต์ หรืออาการเจ็บป่วยกะทันหันอย่างอาหารเป็นพิษ สิ่งแรกที่มักจู่โจมเราไม่ใช่ความเจ็บปวด
แต่คือความตระหนกจากกำแพงภาษาและระบบที่ไม่คุ้นเคย การเข้าใจขั้นตอนพื้นฐานจะช่วยเปลี่ยนความกลัวเป็นความมั่นใจ

สิ่งที่ต้องทำเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

1. เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เบอร์โทรศัพท์ที่ต้องจำให้ขึ้นใจ ในญี่ปุ่น หากเกิดอุบัติเหตุหรือต้องการรถพยาบาล ให้กดหมายเลข 119 (Fire and Ambulance) ทันที

ข้อควรระวัง รถพยาบาลในญี่ปุ่นมีไว้สำหรับผู้ป่วยฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุรุนแรงเท่านั้น หากอาการไม่หนักมาก แนะนำให้ใช้รถแท็กซี่หรือเดินทางไปเอง เพื่อไม่ให้เป็นการขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่

การสื่อสาร  หากพูดญี่ปุ่นไม่ได้ ให้พยายามพูดภาษาอังกฤษช้าๆ หรือพูดคำว่า "Kyu-kyu-sha"
(รถพยาบาล) พร้อมบอกตำแหน่งที่ตั้ง (สังเกตจากตู้กดน้ำหรือเสาไฟจะมีที่อยู่ติดไว้)


2. ขั้นตอนการเข้ารับบริการที่โรงพยาบาล

โรงพยาบาลในญี่ปุ่นส่วนใหญ่แบ่งเป็นคลินิกขนาดเล็ก (Clinic) และโรงพยาบาลรวมขนาดใหญ่ (General Hospital)
การลงทะเบียน เมื่อไปถึงต้องแสดงพาสปอร์ตและบัตรประกัน (ถ้ามี) จากนั้นต้องกรอกแบบฟอร์มประวัติส่วนตัวและอาการเบื้องต้น

การเข้ารับบริการที่โรงพยาบาล จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัย ไม่ว่าจะตัวผู้ป่วย หรือเพื่อนร่วมทริปค่ะ

การตรวจ แพทย์ญี่ปุ่นทำงานละเอียดมาก การตรวจอาจใช้เวลานานและมีการตรวจเช็กหลายขั้นตอนเพื่อให้แม่นยำที่สุด
การจ่ายเงิน หลังจากตรวจเสร็จ คุณจะได้ใบสั่งยาและใบแจ้งหนี้เพื่อไปจ่ายที่เคาน์เตอร์ หรือตู้จ่ายเงินอัตโนมัติ


3. ค่าใช้จ่าย ฝันร้ายที่ป้องกันได้ด้วย "ประกันการเดินทาง”

ค่ารักษาพยาบาลในญี่ปุ่นสำหรับชาวต่างชาติที่ไม่มีประกันสุขภาพแห่งชาติ (National Health Insurance) จัดว่า สูงมาก
* การเย็บแผลหรือเอ็กซ์เรย์ง่ายๆ อาจมีค่าใช้จ่ายหลักหมื่นบาท หากต้องผ่าตัดหรือนอนโรงพยาบาล ค่าใช้จ่ายอาจพุ่งสูงถึงหลักแสนหรือล้านเยน

คำแนะนำ การซื้อประกันการเดินทาง (Travel Insurance) ที่ครอบคลุมการรักษาพยาบาลคือ สิ่งต้องมี ไม่ใช่ ตัวเลือก

เอกสารแนะนำการใช้อุปกรณ์แจ้งคิว


4. อุปสรรคทางภาษาและการขอความช่วยเหลือ

โรงพยาบาลในเมืองใหญ่เช่น โตเกียว หรือ โอซาก้า มักมีระบบล่ามทางโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต แต่ในเมืองเล็กๆ อาจลำบากกว่า อีกหนึ่งตัวช่วย ใช้แอปพลิเคชันแปลภาษา หรือแอป "VoiceTra" ของรัฐบาลญี่ปุ่นที่ออกแบบมาเพื่อการสื่อสารฉุกเฉินโดยเฉพาะ บัตรฉุกเฉิน ควรมีข้อความภาษาญี่ปุ่นสั้นๆ ระบุประวัติการแพ้ยาและเบอร์ติดต่อญาติพกติดตัวไว้


เตรียมตัวดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

การไปโรงพยาบาลในญี่ปุ่นไม่ใช่เรื่องน่ากลัวหากเรามีการเตรียมพร้อม ทั้งการจดเบอร์ฉุกเฉิน การเลือกทำประกันที่ครอบคลุม และการมีสติเมื่อเกิดเหตุ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณได้รับการรักษาที่มีมาตรฐานระดับโลก และกลับมาสนุกกับการเดินทางหรือใช้ชีวิตต่อได้อย่างสบายใจ

ยาที่เภสัชกรแนะนำเพื่อประถมพยาบาลเบื้องต้น

ประสบการณ์จากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

จากทริปล่าสุดที่ผู้เขียนเจอ คือเพื่อนร่วมทริปเกิดขาอ่อน ร่วงรถเมล์ขณะก้าวขาขึ้นรถเมล์ จากที่คิดว่าอาจจะแค่เขียวช้ำ กลับพบว่ามีเลือดออกจนเลอะกางเกง และรองเท้า เบื้องต้นที่ทำได้คือไปร้านขายยา โชคดีที่เพื่อนร่วมทริปสามารถสื่อสารภาษาญี่ปุ่นได้
บวกกับเปิดแผลให้ทางเภสัชกรที่ร้านขายยาดู จึงได้ซื้ออุปกรณ์เบื้องต้นเพื่อทำแผล และใส่ยา แต่เมื่อกลับถึงที่พักตอนกลางคืน กลับพบว่าแผลนั้นลึก และยังมีเลือดซึมออกมา เพื่อนๆร่วมทริปจึงลงความเห็นว่าติดต่อประกันเพื่อสอบถามโรงพยาบาลที่ใกล้จะดีกว่า เพราะเพิ่งเริ่มทริป วันต่อมาจึงพากันไปโรงพยาบาลตามที่ประกันได้แนะนำมา ขั้นตอนการเข้ารับบริการนั้นไม่ยุ่งยากมากนัก แต่คนที่จะเข้าไปในพื้นที่โรงพยาบาลจำเป็นต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอดระยะเวลาที่อยู่ในโรงพยาบาลค่ะ พวกเราเข้ารับบริการตั้งแต่เวลาประมาณ 10นาฬิกาในช่วงเช้า เสร็จอีกทีเป็นช่วงบ่าย 3 กันเลยทีเดียว เนื่องจากใช้เวลารอรับบริการ และต้องรอใบรับรองแพทย์ภาษาอังกฤษเพื่อนำมาเคลมประกันด้วยนั่นเองค่ะ


✦ เจาะลึกขั้นตอนการเคลมประกัน (Insurance Claim)

การเข้ารับการรักษาในญี่ปุ่นโดยไม่มีสวัสดิการของที่นั่น คุณจะต้องสำรองจ่ายไปก่อน
(ยกเว้นบางประกันที่มีบริการ Cashless Service) ดังนั้น เอกสารคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้คุณได้เงินคืนครบทุกบาททุกสตางค์นั่นเองค่ะ

1. การขอใบรับรองแพทย์ (Medical Certificate / Shindansho)

เมื่อการตรวจเสร็จสิ้น อย่าเพิ่งรีบเดินออกจากโรงพยาบาล ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ที่เคาน์เตอร์ชำระเงินว่า "Shindansho wo onegaishimasu" (ขอใบรับรองแพทย์ด้วยครับ/ค่ะ)

ภาษาที่ใช้ ควรขอเป็นภาษาอังกฤษ (English version) เพื่อให้บริษัทประกันในไทยตรวจสอบได้ง่าย

รายละเอียด ตรวจสอบให้แน่ใจว่าในใบรับรองระบุ "สาเหตุ" และ "ผลการวินิจฉัย" อย่างชัดเจน เช่น บาดเจ็บจากการล้ม (Accidental Fall) ไม่ใช่แค่ระบุว่าเจ็บขา

ค่าธรรมเนียม การออกใบรับรองแพทย์ในญี่ปุ่นมีค่าใช้จ่าย (ประมาณ 3,000 - 5,000 เยน) ซึ่งส่วนใหญ่ประกันจะคุ้มครองส่วนนี้ด้วยเช่นกัน

2. ใบเสร็จรับเงินต้นฉบับ (Original Receipt / Ryoushusho)

ญี่ปุ่นจะออกใบเสร็จที่มีรายละเอียดค่าใช้จ่ายแยกย่อย (Breakdown) อย่างชัดเจนมาก

ห้ามทำหายเด็ดขาด บริษัทประกันต้องการ "ตัวจริง" เท่านั้น

ใบสั่งยา หากคุณต้องไปซื้อยาที่ร้านขายนอกโรงพยาบาล (Pharmacy) คุณจะได้ใบเสร็จอีกหนึ่งใบแยกต่างหาก ให้เก็บรวมไว้ด้วยกัน


3. เอกสารเสริมที่ควรเตรียมไว้

  • สำเนาหนังสือเดินทาง หน้าที่มีรูปถ่ายและตราประทับเข้าเมือง (เพื่อยืนยันว่าอุบัติเหตุเกิดระหว่างการเดินทาง)

  • สำเนาบัตรประชาชน

  • Boarding Pass บางบริษัทอาจขอดูเพื่อยืนยันช่วงเวลาเดินทาง

เพื่อให้ทริปญี่ปุ่นของคุณราบรื่นและไม่พลาดทุกช่วงเวลาสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการมองหาทางไปโรงพยาบาลในโตเกียว หรือการตามหาพิกัดร้านขายยา NihonSIM คือตัวช่วยที่ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ได้อย่างลงตัว แม่นยำทุกพิกัด เช็ก Google Maps และตารางรถไฟได้แบบเรียลไทม์ ไม่ต้องกังวลเรื่องการหลงทางชัดเจนทุกการสื่อสาร สัญญาณครอบคลุมทั่วญี่ปุ่น ใช้งานได้ทันทีตั้งแต่ลงเครื่อง ไม่ต้องง้อ Wi-Fi สาธารณะ ง่ายและรวดเร็ว ไม่ยุ่งยากเรื่องการตั้งค่า พร้อมให้คุณอัปโหลดรูปภาพเรียกเสียงหัวเราะของเพื่อนผู้ประสบภัย ได้ทันที