หมดฤดูซากุระ...อย่าเพิ่งเสียใจ! ไปมูเตลูพร้อมชม "ทุ่งดอกอาซาเลีย" ที่ศาลเจ้าเนซุ (Nezu Shrine) กัน

ถ้าคุณมาโตเกียวช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือนเมษายน แล้วพบว่าซากุระเริ่มร่วงโรยจนเหลือแต่ใบสีเขียว...
อย่าเพิ่งรีบพับแผนเที่ยวค่ะ เทศกาลดอกสึสึจิ (Tsutsuji Matsuri) ณ ศาลเจ้าเนซุรอคุณอยู่ค่ะ

✦ ทำความรู้จักศาลเจ้าเนซุ (Nezu Shrine)

ศาลเจ้าแห่งนี้ไม่ใช่แค่ที่ถ่ายรูปสวยๆ เท่านั้น แต่มีความเก่าแก่และทรงคุณค่าอันดับต้นๆ ของโตเกียวเลยค่ะ
ประวัติศาสตร์นับพันปี เชื่อกันว่าก่อตั้งขึ้นโดยเจ้าชาย Yamato Takeru เมื่อประมาณ 1,900 ปีก่อนสถาปัตยกรรมที่รอดจากสงคราม ได้แก่อาคารหลักที่เราเห็นในปัจจุบันสร้างขึ้นในปี 1706 โดยโชกุนลำดับที่ 5 แห่งตระกูลโทคุกาวะ ซึ่งรอดพ้นจากทั้งแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ และระเบิดสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มาได้อย่างปาฏิหาริย์ จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น สมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติ

✦ ไฮไลต์ Bunkyo Azalea Festival (Tsutsuji Matsuri)

ในทุกๆ ปี พื้นที่กว่า 6,000 ตารางเมตรภายในศาลเจ้าจะถูกย้อมไปด้วยสีชมพู แดง ขาว และม่วง ของ ดอกสึสึจิ (ดอกอาซาเลีย หรือดอกกุหลาบพันปี)  กว่า 3,000 ต้น 100 สายพันธุ์ พุ่มดอกไม้ทรงกลม ความพิเศษคือเขาจะตัดแต่งต้นสึสึจิให้เป็นพุ่มกลมๆ เรียงรายลดหลั่นกันไปตามเนินเขา มองดูเหมือนก้อนเมฆหลากสีเลยค่ะ


ไฮไลท์คือ อุโมงค์เสาโทริอิ นอกจากดอกไม้แล้ว ที่นี่ยังมีทางเดินเสาโทริอิสีแดงต้นเล็กๆ เรียงรายคล้ายกับที่ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริที่เกียวโต ถ่ายรูปออกมาสวยและดูขลังมาก


ค่าเข้า 500เยน แต่อาจจะใช้เวลารอนานซักหน่อย หากไปในวันเสาร์-อาทิตย์ค่ะ


✦ จัดขึ้นเมื่อไหร่?

ปกติงานจะเริ่มตั้งแต่ ต้นเดือนเมษายน ไปจนถึงต้นเดือนพฤษภาคม
สำหรับปี 2026 นี้ ช่วงที่ดอกไม้บานสะพรั่งที่สุด (Peak) จะอยู่ในช่วง วันที่ 15 - 25 เมษายน ค่ะ

✦ ทำไมถึงไม่อยากให้พลาด?

หลายคนยึดติดว่ามาญี่ปุ่นช่วงใบไม้ผลิ "ต้องดูซากุระเท่านั้น" แต่จริงๆ แล้วดอกสึสึจิมีความงามที่แตกต่างออกไป สีสันของมันจัดจ้านและถ่ายรูปขึ้นกล้องสุดๆ แถมบรรยากาศในศาลเจ้าเนซุยังให้ความรู้สึกสงบและย้อนยุค (Retro) มากๆ

✦ สิ่งที่เจอภายในงาน

ร้านอาหาร เช่นทาโกะยากิ โอโคโนมิยากิ ไส้กรอกย่าง ปลาหมึกย่าง มันฝรั่งนึ่งราดซอสมายองเนสหรือซอสมิโซะ ลิ้นวัวย่าง หมูย่าง ขนมพายแอปเปิ้ล ขนมไข่คัสเตลล่า ซุ้มเบียร์ เครื่องดื่มแอลกอฮอร์ ดังโงะย่างเตาถ่าน

ซุ้มตักปลา หรือจะเป็นของใช้ต่างๆ ไม่ว่าจะมือ1 หรือมี2 ในราคาย่อมเยาว์ และยังมีซุ้มขายต้นไม้อีกด้วยค่ะ

✦ การเดินทาง

สถานี Nezu หรือ Sendagi (Chiyoda Line)
สถานี Todaimae (Namboku Line)
เดินต่อประมาณ 5-10 นาทีก็ถึงค่ะ

นอกจากดอกสึสึจิที่สวยจนเป็นไวรัลแล้ว ศาลเจ้าเนซุ (Nezu Shrine) ยังมีของดี อีกหลายอย่างที่ทำให้ที่นี่ขลังและน่าสนใจมากค่ะ ได้แก่

1. "เสาโทริอิพันต้น" แห่งโตเกียว (Mini Fushimi Inari)

ถ้าใครไม่อยากไปเบียดคนเป็นล้านที่เกียวโต ที่นี่มี "อุโมงค์เสาโทริอิ" ขนาดจำลองค่ะ จะเป็นทางเดินแคบๆ ที่ขนาบข้างด้วยเสาไม้สีแดงสดตั้งเรียงรายกันยาวเหยียด เชื่อกันว่าการเดินลอดซุ้มประตูเหล่านี้จะช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและนำความโชคดีมาให้ มุมถ่ายรูป เป็นจุดที่ถ่ายรูปสวยที่สุดในศาลเจ้า โดยเฉพาะเมื่อมองลงมาจากเนินเขาเห็นดอกไม้คู่กับเสาสีแดงค่ะ

2. สถาปัตยกรรมระดับ "สมบัติชาติ" (Ishi-no-ma-zukuri)
ศาลเจ้าเนซุโดดเด่นมากในเรื่องงานดีไซน์ เพราะอาคารหลักสร้างในสไตล์ Gongen-zukuri ซึ่งเป็นสไตล์เดียวกับศาลเจ้านิกโก้โทโชกุ (Nikko Toshogu) ที่โด่งดัง โดยอาคารไม้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1706 และ รอดพ้นจากภัยสงครามมาได้ 100% (ซึ่งหาได้ยากมากในโตเกียวที่ส่วนใหญ่ถูกระเบิดทำลาย) ความสวยงาม มีการลงรักปิดทองและแกะสลักลวดลายสัตว์มงคลและเทพเจ้าอย่างประณีค่ะ

3. พลังมูเตลู ขอพรเรื่องความรักและคู่ครองที่นี่มีจุดขอพรที่สายมูห้ามพลาด นั่นคือ ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ Kamebi-no-Matsu (ต้นสนผูกเงื่อน) ตำนานเชื่อกันว่ามีเทพเจ้าสถิตอยู่ และมีพลังในการช่วยให้คนโสดได้เจอคู่ หรือคนที่มีคู่อยู่แล้วให้ครองรักกันยืนยาว แผ่นป้ายขอพร (Ema) แผ่นป้ายที่นี่มักจะเป็นลายดอกสึสึจิหรือรูปหน้ากากเทพเจ้า ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมมาเขียนคำอธิษฐานแล้วผูกทิ้งไว้ค่ะ

4. แหล่งบันดาลใจของ นักเขียนชื่อดัง
ย่านนี้ในอดีตเป็นที่พำนักของนักเขียนระดับตำนานของญี่ปุ่นอย่าง Natsume Soseki และ Mori Ogai ภายในศาลเจ้าจะมี Bungaku no Ishi หรือ หินแห่งวรรณกรรม ที่เล่ากันว่านักเขียนเหล่านี้มักจะมานั่งพักผ่อนเพื่อหาไอเดียในการแต่งนิยายค่ะ (เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบสายประวัติศาสตร์หรือสายอาร์ต)



หากใครมาเที่ยวโตเกียวช่วงปลายเดือนเมษา แล้วไม่อยากเดินเบียดเสียดในย่านช้อปปิ้ง ลองแวะมาเดินเล่นที่นี่ดูค่ะ รับรองว่าความสวยของดอกไม้และมนต์ขลังของศาลเจ้าจะทำให้คุณลืมความผิดหวังจากซากุระไปได้แน่นอน!

เพื่อให้ทริปญี่ปุ่นของคุณราบรื่นและไม่พลาดทุกช่วงเวลาสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการมองหาทางออกรถไฟที่ซับซ้อนในโตเกียว หรือการตามหาพิกัดร้านลับในเกียวโต
NihonSIM คือตัวช่วยที่ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ได้อย่างลงตัว

แม่นยำทุกพิกัด เช็ก Google Maps และตารางรถไฟได้แบบเรียลไทม์ ไม่ต้องกังวลเรื่องการหลงทางชัดเจนทุกการสื่อสาร สัญญาณครอบคลุมทั่วญี่ปุ่น ใช้งานได้ทันทีตั้งแต่ลงเครื่อง ไม่ต้องง้อ Wi-Fi สาธารณะ

ง่ายและรวดเร็ว ไม่ยุ่งยากเรื่องการตั้งค่า พร้อมให้คุณอัปโหลดรูปภาพสวยๆ ของใบไม้เปลี่ยนสีหรือซากุระที่มีเฉดสีงดงาม (แบบที่คนสายตาปกติมองเห็น!) ได้ทันที